google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

ผู้ใดลักทรัพย์นายจ้าง เจอโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับสูงสุด 1 แสนบาท

          การเอาของผู้อื่นไปโดยเจตนาทุจริต หรือเอาไปเพื่อเป็นของตนเองนั้น หรือที่เรียกว่า “ลักทรัพย์”นอกจากจะผิดศีลข้อที่ 2 “อทินนาทานาเวรมณี หมายถึง การเว้นจากการลักทรัพย์ หรือทรัพย์ที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้” ยังผิดกฎหมายอาญามีโทษจำคุกด้วยนะครับ ของอะไรที่มิใช่ของเราอย่าไปเอาของเขามา เพราะเป็นการสร้างบาปสร้างกรรมแล้ว ยังมีโทษทางกฎหมายอีกด้วย สมัยนี้เวรกรรมติดจรวดนะครับ

          ถ้าการลักทรัพย์นั้นเป็นของบุคคลอื่นทั่วไปต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท ตามมาตรา 334  แต่ถ้าหากมีสถานะเป็นลูกจ้างแล้วเข้าทำงานในหน้าที่ต่างๆไม่ว่าจะดูแลเงิน หรือสิ่งของต่างๆ มันไม่ใช่ของเราอย่าไปเอาของเขามา เพราะหากเอาไปโดยทุจริตแล้วนั้น จะมีความผิดฐานลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง หรือที่เรียกสั้นๆว่า “ลักทรัพย์นายจ้าง” อัตราโทษจะสูงขึ้นไปอีก คือต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองพันบาท ถึงหนึ่งหมื่นบาท มาตรา 335 (11)  

          กฎหมายที่เกี่ยวข้องตามประมวลกฎหมายอาญา

          มาตรา 334 ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวม อยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท
          มาตรา 335 ผู้ใดลักทรัพย์
          (11) ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง

          ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท

          ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12793 - 12794/2553

          เมื่อคนไข้นอกไปพบแพทย์ผู้ตรวจ แพทย์จะออกใบสั่งตรวจและใบสั่งยาให้คนไข้นำไปยื่นที่แผนกการเงินเพื่อชำระเงินค่าตรวจรักษาและค่ายา เงินที่คนไข้นอกจ่ายให้โรงพยาบาลย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงพยาบาล การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่การเงินของโรงพยาบาลเอาเงินนั้นไปเป็นประโยชน์ส่วนตนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นการกระทำความผิดในทางอาญาต่อโรงพยาบาล โรงพยาบาลย่อมเป็นผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

          การที่จำเลยซึ่งมีหน้าที่รับเงินค่ารักษาพยาบาลจากคนไข้แทนผู้เสียหายแล้วส่งต่อให้เจ้าหน้าที่เก็บรักษาเงินของผู้เสียหายในแต่ละวัน เป็นเพียงการยึดถือเงินของผู้เสียหายไว้ชั่วระยะเวลาทำการเท่านั้น ผู้เสียหายหาได้มอบเงินให้อยู่ในความครอบครองของจำเลย เมื่อจำเลยเอาเงินไปเป็นของตนโดยไม่มีสิทธิอันเป็นการทุจริต จำเลยจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์นายจ้าง และการที่จำเลยลักทรัพย์ของผู้เสียหายในวันเวลาที่ต่างกัน จำเลยย่อมกระทำไปในแต่ละครั้งโดยอาศัยเจตนาในการกระทำความผิดคนละเจตนาแยกต่างหากจากกันตามโอกาสที่มีให้กระทำ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

 

           BY-ทนายธีระพล บัวลพ ปรึกษากฎหมาย โทร 061-2924656 , 095-9567735 , 02-0749954 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

 

เพิ่มฉันเป็นเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 181,018