google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

การนำรูปภาพของบุคคลอื่นไปใช้หลอกลวงผู้อื่น จนทำให้ได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินจากผู้ถูกหลวกลวง ผิดทั้งแพ่งและอาญา

                การนำรูปภาพของบุคคลอื่นไปใช้หลอกลวงผู้อื่น จนทำให้ได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินจากผู้ถูกหลวกลวง ผิดทั้งแพ่งและอาญา

          เจอมากับตัวเองครับ วันนี้เพจทนายใกล้ตัวจะขอนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผม (ทนายนิค สิทธิพร แจ่ม) ซึ่งผมเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทนายใกล้ตัว จำกัด รวมไปถึงเว็ปไซต์และเพจ ทนายใกล้ตัว หรือ www.closelawyer.com

         เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2559 ผมได้รับแจ้งจากน้องคนหนึ่ง เธอทักไลน์เข้ามาถามในไลน์ของทนายใกล้ตัว (ID-@closelawyer) ซึ่งในขณะนั้น ปรากฏรูปผมอยู่บนโปรไฟล์ของไลน์และเพจ น้องเขาเลยถามผมว่า

          น้อง     พี่ใช่ทนายโสภณ ที่ทำคดี กยส รึป่าวค่ะ

          ผม      ไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้ชื่อทนายโสภณ

          น้อง     น้องส่งรูปมา นี่ใช่รูปของพี่รึเปล่าค่ะ (เป็นรูปสวมครุยทนายความหน้าโปรไฟล์ ทนายโสภณ การเก่ง)

          ผม      ใช่ครับ นี่คือรูปผม แต่นี่ไม่ใช่เฟสบุ๊กของผม และผมไม่ได้ชื่อทนายโสภณ การเก่ง ผมว่าน้องคงถูกหลอกแล้วครับ

          น้อง     ค่ะ หนูก็คิดว่าอย่างนั้น หนูเลยแอดไลน์มาถามพี่เพื่อความแน่ใจ

          ผม      แล้วน้องได้ไลน์พี่มาจากไหน

          น้อง     อ๋อ พอดีพี่สาวหนูเขาติดตามเพจทนายใกล้ตัวของพี่อยู่ แล้วเขาก็เห็นรูปพี่บนหน้าโปรไฟล์เพจ วันนั้น หนูไปปรึกษาพี่สาวหนู พี่สาวหนูเลยตกใจ บอกว่าไม่น่าจะใช่ทนายคนนี้ ทนายคนนี้(หมายถึงผม) ไม่ใช่ทนายโสภณ การเก่งนะ ไม่เชื่อน้องลองไปถามเขาดู ต่อมาวันรุ่งขึ้น หนูก็ไปถามเจ้าหน้าที่ศาลที่เขาอ้างว่าพี่เป็นหัวหน้าเขา เอารูปพี่ให้เจ้าหน้าที่ศาลเขาดู เจ้าหน้าที่ศาลเขาก็บอกว่า เขารูปจักพี่ พี่ไม่ใช่ทนายโสภณ การเก่ง แต่เขาชื่อทนายนิค อยู่กรุงเทพ

          ผม      ถือเป็นความโชคดีและบังเอิญมากนะน้องที่มาเจอตัวจริงของพี่ และที่บังเอิญไปกว่านั้น ดันไปเจอเจ้าหน้าที่ศาล....ที่เขารูปจักพี่อีก (ทราบในเวลาต่อมาเป็นเจ้าหน้าที่ศาลคนที่คิดไว้เป๊ะ) เอาหล่ะ พี่ขอเบอร์น้อง เดี๋ยวพี่จะพาน้องไปแจ้งความ แล้วเดี๋ยวพี่จะเป็นทนายความช่วยเหลือน้องทั้งทางแพ่งและอาญาเอง

          น้อง     ได้ค่ะพี่ ขอบคุณมากๆนะค่ะ

          จบบทสนทนา จากนั้นผมก็ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับน้องแล้วได้นัดหมายไปแจ้งความที่ สภ.บางพลี ในเวลาต่อมา

          เรื่องของเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องคนนี้ คือ ผมจะเรียกน้องคนถูกหลอกว่าน้องเอ และคนที่หลอกลวงว่าน้องบี ละกันนะครับ น้องเอ กับน้องบี เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันห่างกันเพียง 1 หลังคาเรือน น้องชายของน้องเอ เป็นเพื่อนของน้องบี น้องเอ ทำงานอยู่จังหวัดสมุทรปราการ ส่วนน้องบีอยู่บ้านจังหวัดลำปาง ต่อมาวันหนึ่ง น้องเอ ถูก กยศ. ฟ้องให้ชำระหนี้ น้องชายน้องเอเป็นผู้รับหมายศาล จึงได้เล่าให้น้องบีฟัง น้องบีจึงติดต่อไปยังน้องเอ อ้างว่าตนเองนั้น ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ศาลอยู่ มีทนายโสภณ การเก่ง เป็นหัวหน้างาน จะรับวิ่งเต้นเคลียร์คดี กยศ. ให้แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการวิ่งเต้นคดี ด้วยความที่น้องเอทำงานอยู่จังหวัดสมุทรปราการ ไม่สะดวกเดินทางไปขึ้นศาลที่จังหวัดลำปาง จึงหลงเชื่อคำหลอกลวงของน้องบี จึงตัดสินใจโอนเงินไปให้น้องบี หลายครั้งรวม 5 ครั้ง เรื่องก็ผ่านไปเป็นเดือนๆ อยู่ๆก็มีจดหมายเชิญน้องเอไปไกล่เกลี่ยที่ศาล น้องเอเกิดความสงสัย จึงไลน์ไปสอบถามน้องบี แต่น้องบีก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด น้องเอจึงตัดสินใจไปปรึกษาพี่สาวซึ่งได้ติดตามเพจทนายใกล้ตัวอยู่ จึงได้พบความจริงตามบทสนทนาข้างต้นนั้น

          นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลอีกว่า น้องบี ไปหลอกลวงบุคคลอีกหลายคนโดยใช้ชื่อผมและรูปผมที่ไปคัดลองจากเฟสบุ๊กส่วนตัวไปหลวงลวงคนอื่นในช่วงฤดูฟ้องของ กยศ. แต่ไม่สามารถติดต่อมาเป็นพยานให้ได้

           เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีแก่คนอื่น และเพื่อเป็นการสั่งสอน วันที่   14 กุมภาพันธ์ 2560  ผมจึงได้ตัดสินใจยื่นฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายจากน้องบี เพราะการกระทำดังกล่าวของน้องบีนั้น เป็นการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความเป็นจริง ถือเป็นการจงใจทำละเมิดต่อผมทำให้ผมได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของผมหรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของผม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 เพราะหากบุคคลอื่นใดก็ดี หรือ ลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาก็ดี เจ้าหน้าที่ศาลก็ดี หรือบุคคลที่ทราบเรื่องราวที่น้องบีกระทำไป ย่อมเข้าใจผมไปในทางที่ไม่ดีว่าผมและน้องเอร่วมกันทำเป็นขบวนการหลอกลวงต้มตุ๋นเอาเงินชาวบ้านผู้ที่กำลังได้รับความเดือนร้อนจากการถูกดำเนินคดี เพื่อเรียกรับเงินหรือประโยชน์อื่นใด เป็นทนายความที่ไม่ดี ประพฤติผิดมรรยาททนายความ รับเงินแล้วไม่ทำงาน ทอดทิ้งคดี ซึ่งแท้จริงแล้วผมไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับการเรียกรับเงิน เพื่อวิ่งเต้น หรือเคลียร์คดีแต่อย่างใด

          ต่อมาวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 ศาลได้มีคำพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหายให้กับผมเป็นจำนวน (XXXXXX) บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

         ขั้นตอนต่อจากนี้ ผมคงไม่รอพนักงานสอบสวนแล้ว เพราะกระบวนการสอบสวนล่าช้ามาก ผมจะดำเนินคดีน้องบี ให้กับน้องเอ ในข้อหาฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 และดำเนินคดีกับน้องบี ให้กับผมเองในข้อหาหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326

          ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341   “ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความ อันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอก ลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สามหรือ ทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

             มาตรา 326   “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะ ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”

          เห็นมั๊ยครับ แม้แต่ทนายความแท้ๆยังไม่เว้น สมันนี้สังคมเริ่มจะอยู่ยากขึ้นยากขึ้นทุกวัน มีคนทำผิดทำชั่วไม่เว้นแต่ละวัน ใครที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว หรือ กำลังจะนำรูปภาพหรือชื่อเสียงของบุคคลอื่นไปใช้ประโยชน์หรือแอบอ้างในทางที่ไม่ดี จงเลิกเถอะนะครับ เพราะสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้น มันผิดกฎหมายทั้งแพ่งและอาญา ทั้งยังสร้างความเดือนร้อนเสียหายให้กับคนอื่น ความจริงก็คือความจริง มันหนีไม่พ้น สักวันคนที่ทำผิดก็ต้องถูกจับและถูกลงโทษตามกฎหมายหมายหรือกฎแห่งกรรมอยู่นั้นเอง

   

 ทนายนิค ปรึกษากฎหมาย โทร 095-9567735 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer


เพิ่มเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 99,258