google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

10 เหตุฟ้องหย่าตามกฎหมาย มีอะไรบ้าง ?

        ความรักเมื่อเกิดขึ้นแล้วงดงามเสมอ และความรักนั้นเกิดมาจากความรู้สึกดีๆที่มีให้ต่อกัน ถ้าเปรียบเทียบในทางกฎหมายอาจเปรียบได้กับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ว่า “คำเสนอและคำสนองถูกต้องตรงกัน” จึงเกิดสัญญาระหว่างกันขึ้นมา ในมุมมองของความรักก็เช่นกันจึงเกิดสัญญาใจกันขึ้นมา จึงตกลงใช้ชีวิตคู่กัน 

อันความรักนั้นไม่เคยทำร้ายใคร ถ้าอยู่บนพื้นฐานของการดูแลซึ่งกันและกัน ไว้ใจซึ่งกันและกัน ซื่อสัตย์ต่อกัน ให้พื้นที่ส่วนตัวอีกฝ่ายโดยไม่ก้าวล่วงกันมากเกินไปจนอีกฝ่ายเกิดความรำคาญมากกว่ารู้สึกดี ฯลฯ และมีอีกมากมาย จากเหตุผลที่กล่าวมานั้น หลายๆคนประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตคู่ อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ถึงแม้จะมีปากเสียง ไม่พอใจ หรือทะเลาะกัน แต่ก็เลือกที่จะไม่จบชีวิตคู่ลง ประมาณว่า “ให้ความตายเท่านั้นที่จะพรากเราจากกันไปได้” นั่นก็เป็นสิ่งดีควรเอาเยี่ยงอย่าง

       แต่สุดท้ายแล้วหากชีวิตนั้นไปต่อด้วยกันไม่ได้ ก็จำเป็นที่จะต้องจบลง ซึ่งมีทั้งจากกันด้วยดีและไม่ดี ถ้าจากกันด้วยดีนั้นก็อาจจะตกลงกันไปหย่าโดยความยินยอม ที่เขตหรืออำเภอต่อหน้านายทะเบียน และกลับกันถ้าจากกันไม่ดี โดยอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอมจบหรือหย่าให้แต่โดยดี ก็จำเป็นที่จะต้องฟ้องหย่าเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหย่าขาดจากกัน แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ 

       และนี่คือเหตุแห่งการหย่า มาตรา 1516 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

       (1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

       (2) สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง

             (ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง

             (ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ

             (ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ  อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

       (3) สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

       (4) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

       (4/1) สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกและได้ถูกจำคุก เกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิด หรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นสามี ภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

            (4/2) สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกัน ฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของ ศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

     (5) สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปี โดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่าง ไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

     (6) สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตาม สมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอา สภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่าย หนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

      (7) สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมี ลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกัน ฉันสามีภริยาต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

        (8) สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

        (9) สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่าย หนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรัง ไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

 (10) สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกายทำให้สามีหรือภริยานั้น ไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้


        การหย่า ไม่ว่าจะโดยความยินยอมหรือโดยคำพิพากษาของศาล เป็นทางออกสุดท้ายของชีวิตคู่นะครับ


 BY ทนายธีระพล    ปรึกษากฎหมาย โทร. 061-2924656

 

เพิ่มเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน
#1 โดย: กาญจนารัตน์ [IP: 1.46.71.xxx]
เมื่อ: 2017-03-02 05:00:28
ขอติดตามข้อมูลข่าวสารดีๆ แบบนี้ต่อไปนะคะ มีประโยชน์มากๆคะ

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 106,400