google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

จากโจทก์กลายเป็นจำเลยเสียเอง ในข้อหาฐานความผิดฟ้องเท็จ หรือเบิกความเท็จ

        การใช้สิทธิทางศาลหรือแจ้งความดำเนินคดีอาญากับผู้อื่นนั้น ท่านต้องเป็นที่ถูกละเมิดได้รับความเสียหายจากการกระทำนั้น หรือเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยตามกฏหมายอาญาจริงๆ  ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ความรู้สึกของท่านเอง หรือเพียงแค่อยากจะฟ้องคดี เพราะมิฉะนั้นแล้วจากเป็นโจทก์ในคดี ท่านเองอาจจะตกเป็นจำเลยเสียเองก็ได้ และมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 7 ปี (กรณีคดีอาญา) ในข้อหาหรือฐานความผิดฟ้องเท็จ หรือเบิกความเท็จ หรือทั้งสองกระทงเลยก็อาจเป็นได้

       อีกทั้ง การที่นำความเท็จมาฟ้องและเบิกความเท็จนั้น โดยมีเจตนาให้ผู้อื่นต้องโทษทางอาญา หากศาลเชื่อว่าเป็นความจริงดังคำฟ้องและคำเบิกความแล้ว ผู้นั้นอาจถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกได้ ถือว่าเป็นการกระทำที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม จึงไม่สมควรรอการลงโทษจำคุก ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3963/2543 “การที่โจทก์ออกเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวน 500,000 บาทให้แก่จำเลยนั้น เป็นการออกเช็คเพื่อค้ำประกันเงินกู้ที่โจทก์กู้ไปจากจำเลยจำนวน 120,000 บาท เมื่อจำเลยนำเช็คพิพาทฉบับดังกล่าวไปฟ้องกล่าวหาว่าโจทก์ออกเช็คให้แก่จำเลยเพื่อชำระหนี้เงินกู้โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯมาตรา 4 จึงเป็นการฟ้องคดีอาญาต่อศาลว่าโจทก์กระทำความผิดการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จ

          จำเลยเบิกความในการพิจารณาคดีอาญาของศาลชั้นต้นยืนยันตามฟ้องว่า เช็คพิพาทตามที่จำเลยฟ้องเป็นเช็คที่โจทก์ออกเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้จำเลย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ออกเช็คพิพาทให้จำเลยยึดถือไว้เพื่อเป็นประกันหนี้เงินกู้ที่โจทก์มีอยู่ต่อจำเลย คำเบิกความของจำเลยย่อมเป็นความเท็จและเป็นข้อสาระสำคัญในคดี เพราะถ้าศาลชั้นต้นฟังว่าเช็คพิพาทโจทก์ออกให้จำเลยเพื่อเป็นการชำระหนี้เงินกู้ ศาลชั้นต้นก็อาจพิพากษาลงโทษจำคุกโจทก์ได้ ดังนั้น จำเลยย่อมมีความผิดฐานเบิกความเท็จ

การที่จำเลยนำความเท็จมาฟ้องโจทก์และเบิกความเท็จนั้น ก็โดยเจตนาให้โจทก์ต้องโทษทางอาญา หากศาลเชื่อว่าเป็นความจริงดังคำฟ้องและคำเบิกความของจำเลยแล้ว โจทก์อาจถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกได้ ถือว่าเป็นการกระทำที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมจึงไม่สมควรรอการลงโทษจำคุก”

        ฉะนั้นแล้ว ทบทวนตรวจสอบหรือติดต่อหาทนายความสอบข้อเท็จจริงในคดีในเรียบร้อยก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนะครับ เพราะหากเป็นความเท็จแล้วนั้น ท่านเองนั่นแระอาจจะตกที่นั่งลำบาก  เวรกรรมไม่ต้องรอชาติหน้านะ.... คนที่ไม่ได้กระทำความผิดยังคงมีกฎหมายไทยคุ้มครองอยู่นะครับ เป็นกำลังใจให้คนที่ต่อสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของท่านอยู่นะครับ และผมเชื่อว่าสักวันคนที่กลั่นแกล้งท่านต้องได้รับกรรมไม่ทางกฎหมายก็ทางบาปบุญคุณโทษ.....จงเชื่อมั่นในความดีต่อไป

         ประมวลกฎหมายอาญา

         มาตรา 175 ผู้ใดเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำ ความผิดอาญา หรือว่ากระทำความผิดอาญาแรงกว่าที่เป็นจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท 

         มาตรา 177 ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
        ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นสี่พันบาท

 

BY-ทนายธีระพล บัวลพ   ปรึกษากฎหมาย โทร 095-9567735 , 02-0749954

 

เพิ่มเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 106,400