รู้ไว้ก่อนทำพินัยกรรม ที่ดิน ส.ป.ก.ทำพินัยกรรมยกให้คนอื่นไม่ได้ ฝ่าฝืนมีผลเป็นโมฆะ

รู้ไว้ก่อนทำพินัยกรรม! "ที่ดิน ส.ป.ก." ทำพินัยกรรมยกให้คนอื่นไม่ได้ ฝ่าฝืนมีผลเป็นโมฆะ

เมื่อพูดถึงการทำ "พินัยกรรม" หลายคนมักเข้าใจว่า เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิเด็ดขาดที่จะยกทรัพย์สมบัติของตนให้ใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกหลาน ญาติพี่น้อง หรือแม้แต่คนนอกที่ไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดเลยก็ตาม ซึ่งในกรณีของที่ดินทั่วไป (เช่น โฉนดที่ดิน, น.ส.๓ ก.) สามารถทำได้โดยอิสระ

แต่สำหรับ "ที่ดิน ส.ป.ก." (หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน) กฎหมายมีข้อกำหนดที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง หากรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วนำไปทำพินัยกรรมยกให้ผู้อื่น พินัยกรรมฉบับนั้นจะกลายเป็นเพียงกระดาษเปล่าทันที!


1. ทำไมที่ดิน ส.ป.ก. ถึงทำพินัยกรรมยกให้คนอื่นไม่ได้?

เหตุผลสำคัญที่สุดคือ ผู้ที่ถือครองที่ดิน ส.ป.ก. "ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน" แต่เป็นเพียงผู้ที่รัฐอนุญาตให้มี "สิทธิเข้าทำประโยชน์" เพื่อใช้ประกอบเกษตรกรรมเท่านั้น กรรมสิทธิ์ที่แท้จริงยังคงเป็นของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ดังนั้น เมื่อตนเองไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ จึงไม่สามารถนำไปจำหน่าย จ่าย แจก หรือทำพินัยกรรมยกให้ผู้อื่นได้ตามอำเภอใจเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวอื่นๆ


2. กฎหมาย ส.ป.ก. ล็อกสเปกไว้ให้เฉพาะ "ทายาทโดยธรรม"

ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 39 ได้บัญญัติข้อห้ามไว้อย่างชัดเจนว่า:"ที่ดินที่บุคคลได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะทำการแบ่งแยก หรือโอนสิทธิในที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นมิได้ เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม หรือโอนไปยังสถาบันเกษตรกร หรือ ส.ป.ก. ..."ความหมายก็คือ: สิทธิในการทำกินบนที่ดิน ส.ป.ก. จะสามารถส่งต่อได้ผ่านการตกทอดทางมรดกไปยัง "ทายาทโดยธรรม" (เช่น ลูก ภรรยา/สามีที่จดทะเบียนสมรส พ่อแม่) ตามหลักเกณฑ์ของ ส.ป.ก. เท่านั้น จะเขียนพินัยกรรมยกให้เพื่อน คนรู้จัก หรือบุคคลภายนอกไม่ได้โดยเด็ดขาด  

                                                                      3. หากฝืนทำพินัยกรรมยกให้คนอื่น จะเกิดอะไรขึ้น?

การทำพินัยกรรมยกสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. ให้บุคคลภายนอก หรือแม้แต่การแอบทำสัญญาให้คนอื่นเข้ามาทำกิน ถือเป็นการทำนิติกรรมที่ขัดต่อกฎหมายอย่างชัดแจ้ง

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 150 ระบุว่า การกระทำใดที่ขัดต่อกฎหมายโดยชัดแจ้ง หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน การกระทำนั้นย่อม "ตกเป็นโมฆะ" (เสียเปล่า ไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายตั้งแต่ต้น)

                                                                                         4. กรณีศึกษา: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6540/2557

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาบรรทัดฐานในเรื่องนี้ไว้ ดังนี้

  • เหตุการณ์: ผู้ตาย (ผู้มีสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก.) ได้ทำพินัยกรรมยกสิทธิการทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. ให้แก่ "ผู้คัดค้าน" (ซึ่งเป็นทายาทตามพินัยกรรม) เพียงผู้เดียว

  • คำตัดสินของศาล: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทรัพย์มรดกชิ้นนี้คือสิทธิเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งต้องตกทอดแก่ ทายาทโดยธรรม เท่านั้น ไม่อาจตกทอดทางพินัยกรรมได้

  • ผลทางกฎหมาย: 1. พินัยกรรมในส่วนที่ยกที่ดิน ส.ป.ก. ให้ ถือว่ามีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งตามกฎหมาย ตกเป็นโมฆะ 2. ทายาทโดยธรรมคนอื่นๆ จึงไม่ถูกตัดสิทธิรับมรดกที่ดินผืนนี้ และยังมีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก เพื่อจัดการโอนสิทธิที่ดิน ส.ป.ก. ให้ถูกต้องตามระเบียบต่อไปได้


บทสรุป หากคุณเป็นเกษตรกรที่ถือครองที่ดิน ส.ป.ก. และต้องการวางแผนส่งต่อที่ดินให้ลูกหลาน ไม่จำเป็นต้องและ "ไม่สามารถ" นำที่ดิน ส.ป.ก. ไประบุไว้ในพินัยกรรมได้ สิ่งที่ต้องทำคือการแจ้งความประสงค์หรือดำเนินการโอนสิทธิตกทอดทางมรดกให้แก่ "ทายาทโดยธรรม" ตามระเบียบและขั้นตอนของสำนักงาน ส.ป.ก. ในพื้นที่โดยตรง เพื่อให้สิทธิการทำกินนี้ถูกส่งต่ออย่างถูกต้องตามกฎหมายและไม่เกิดปัญหาฟ้องร้องในภายหลังครับ

Visitors: 663,748