ขับไล่ออกจากบ้าน ถือว่าทำการปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากัน ฟ้องหย่าได้

ขับไล่ออกจากบ้าน ถือว่าทำการปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากัน ฟ้องหย่าได้

(คำพิพากษาฎีกาที่ 4104/2564)

          หลายคนมักจะเข้าใจว่า ในการฟ้องหย่านั้น หากฝ่ายที่ถูกกระทำยอมกลับไปนอนร่วมห้องหรือร่วมเตียงกับอีกฝ่ายหลังจากเกิดเรื่องแล้ว จะถือเป็นการ "ให้อภัย" และทำให้เหตุฟ้องหย่านั้นหมดไปทันที แต่คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้มีมุมมองที่ลึกซึ้งกว่านั้นครับ

          จุดเริ่มต้นของรอยร้าวที่ยากจะประสาน คดีนี้เริ่มต้นด้วยเรื่องราวที่สะเทือนใจมากครับ เมื่อภริยา (โจทก์) พบหลักฐานว่าสามี (จำเลย) แอบไปมีความสัมพันธ์กับลูกสาวติดของเธอเองจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน แม้ในตอนแรกภริยาจะพยายามอดทนและกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้งเพื่อรักษาคำว่าครอบครัว แต่สุดท้ายสามีกลับมีปัญหารุนแรงกับพี่น้องของภริยา และที่ร้ายแรงที่สุดคือสามีได้ตัดสินใจ "ขับไล่" ภริยาและลูกๆ ออกจากบ้าน โดยบอกว่าหมดรักแล้ว ไม่อยากเห็นหน้ากันอีกต่อไป

          ข้อต่อสู้ของสามี: "เรายังนอนเตียงเดียวกันอยู่เลยนะ" เมื่อเรื่องถึงศาล สามีได้ยกข้อต่อสู้ที่น่าสนใจขึ้นมาครับ เขาอ้างว่าหลังจากที่ภริยาย้ายออกไปแล้ว เขายังเคยพาภริยาและลูกๆ ไปเที่ยวค้างคืนที่จังหวัดอุบลราชธานีและมุกดาหาร โดยในทริปนั้นทั้งคู่นอนร่วมห้องและ "นอนเตียงเดียวกัน" ด้วย สามีจึงอ้างว่าพฤติการณ์นี้ถือว่าภริยาได้ "ให้อภัย" ในความผิดทั้งหมดที่ผ่านมาแล้ว ตามกฎหมายครอบครัวเมื่อมีการให้อภัย เหตุฟ้องหย่าก็เป็นอันระงับไปครับ

          มุมมองของศาลฎีกา: หน้าที่ "พ่อแม่" กับ "สามีภริยา" นั้นต่างกัน ศาลฎีกาได้พิจารณาคดีนี้อย่างละเอียดและวางหลักการไว้ชัดเจนครับว่า การที่ภริยายอมไปเที่ยวและนอนร่วมห้องกับสามีหลังจากถูกขับไล่นั้น "เป็นการดูแลให้ความอบอุ่นแก่บุตรตามสมควรในฐานะบิดามารดาเท่านั้น" ไม่ได้หมายความว่าภริยามีเจตนาจะกลับไปคืนดีหรือยอมยกโทษให้สามีในฐานะคู่ชีวิตแต่อย่างใด

          ศาลจึงวินิจฉัยว่าการที่สามีขับไล่ภริยาออกจากบ้านเพราะหมดรัก ถือเป็นการทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 (6) ภริยาจึงมีสิทธิฟ้องหย่าได้โดยสมบูรณ์ครับ

          บทสรุปเรื่องสิทธิการดูแลบุตร นอกจากเรื่องการหย่าแล้ว ศาลยังได้พิจารณาเรื่องอำนาจปกครองบุตรด้วยครับ โดยตัดสินให้ภริยาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรเพียงผู้เดียว เนื่องจากมีอาชีพรับราชการที่มั่นคงและดูแลลูกได้ดีกว่า ในขณะที่ลูกที่อยู่กับสามีกลับมีพฤติกรรมก้าวร้าวและขาดเรียนบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม สามีในฐานะบิดาก็ยังมีสิทธิติดต่อเยี่ยมเยียนลูกได้ตามสมควรตาม มาตรา 1584/1 ครับ

          คดีนี้ย้ำเตือนให้เห็นว่า กฎหมายไม่ได้มองเพียงแค่ภาพที่ปรากฏภายนอก แต่ศาลจะพิจารณาถึง "เจตนา" และ "บริบท" ของการกระทำด้วยครับ การยอมลดทิฐิเพื่อลูกไม่ได้แปลว่าต้องยอมทนกับความสัมพันธ์ที่เลวร้ายเสมอไป

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว

Visitors: 664,213