เจอของหล่นริมทาง เก็บได้ให้เลย ระวังคุก (ฎีกา 8634/2555)
เจอของหล่นริมทาง เก็บได้ให้เลย ระวังคุก (ฎีกา 8634/2555)
สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ริมถนนหลวง ทางสาธารณะ หรือแม้กระทั่งผู้ที่ขับรถเดินทางสัญจรไปมา บ่อยครั้งที่เราอาจบังเอิญพบเห็นสิ่งของตกหล่น อยู่ริมข้างทาง หลายคนอาจมีความเชื่อแบบผิดๆ ว่า ของที่ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ หากเราเก็บได้ก็ย่อมตกเป็นของเรา แต่ในทางกฎหมายแล้ว การเก็บของตกหล่นไปเป็นของตนเองนั้น มีเส้นบางๆ กั้นระหว่างความโชคดีกับอาชญากรรม
หลักสำคัญในการพิจารณาว่าผิดกฎหมายหรือไม่ อยู่ที่ “เจตนาของเจ้าของทรัพย์” หากเจ้าของทิ้งแล้ว หรือไม่ติดใจตามหาเอาคืน ทรัพย์นั้นจะกลายเป็น “ทรัพย์ไม่มีเจ้าของ” ผู้ใดเก็บได้ก็ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์
แต่หากเจ้าของทำหล่นหาย และยังติดใจตามหาอยู่ แม้เจ้าของจะไม่ทราบจุดที่หล่นหายแน่ชัด แต่สถานะของสิ่งนั้นคือ “ทรัพย์สินหาย” หากผู้ใดเก็บได้แล้วมีเจตนาเบียดบังเอาไปเป็นของตน ไม่ส่งคืนหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ ผู้นั้นจะมีความผิดอาญาข้อหา “ยักยอกทรัพย์สินหาย”
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองพิจารณาตัวอย่างเหตุการณ์นี้
เหตุการณ์: คุณเอ๋ และคุณอ๋องขับรถไปพักผ่อนที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สัมภาระถูกมัดรวมและใช้ผ้าคลุมไว้บนหลังคารถ ระหว่างทางกิ่งไม้เกี่ยวผ้าคลุมหลุด ทำให้สัมภาระบางส่วนตกหล่นข้างทางโดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัว นายสนิท ชาวบ้านที่กำลังทำไร่ไถนาอยู่บริเวณนั้น บังเอิญไปพบเสื้อกันหนาวตัวหนึ่งเกี่ยวอยู่กับกิ่งไม้ ซึ่งเป็นเสื้อของนายอ๋อง ยี่ห้อ GUCCI ราคาหลายหมื่นบาท นายสนิทเห็นว่าเสื้อสวยดีและไม่รู้ว่าเป็นของใคร จึงเก็บเอาไปให้ภรรยาใส่ โดยไม่ได้นำไปแจ้งความ หรือฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในขณะเดียวกัน คุณอ๋องก็กำลังพยายามติดตามหาเสื้อตัวนี้อยู่อย่างสุดความสามารถ การกระทำของนายสนิท เข้าข่ายความผิดข้อหา ยักยอกทรัพย์สินหาย เพราะนายสนิทมีเจตนาที่จะเบียดบังเอาทรัพย์ที่เก็บได้ไปเป็นของตน (เอาไปให้ภรรยา) โดยที่เจ้าของที่แท้จริงยังคงติดตามเอาคืนอยู่
บรรทัดฐานจากศาล ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8634/2555
ข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ : มีการตรวจค้นพบ “ลูกกุญแจของกลาง” ที่ตัวจำเลย หลังจากที่จำเลยอ้างว่าเก็บลูกกุญแจนี้ได้มาแล้ว 2 วัน จำเลย ทราบดี ว่ามีการพยายามติดตามหาลูกกุญแจดอกนี้ เพราะเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการรักษาความปลอดภัยในโรงแรม แต่จำเลยก็ยังเก็บเงียบไว้ คำตัดสินของศาล ศาลรับฟังได้ว่า จำเลยเบียดบังลูกกุญแจซึ่งเป็น “ทรัพย์สินหาย” ไว้โดยทุจริต แม้ในตอนแรกโจทก์ (อัยการ) จะฟ้องขอให้ลงโทษในฐาน “ลักทรัพย์หรือรับของโจร” แต่เมื่อสืบพยานแล้วพบว่าพฤติการณ์เป็นการเก็บของหายได้ศาลฎีกาก็มีอำนาจลงโทษจำเลยในฐาน ยักยอกทรัพย์สินหาย (ตาม ป.อ. มาตรา 352 วรรคสอง) ได้ เนื่องจากเป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องกันและจำเลยไม่ได้เสียเปรียบในการต่อสู้คดี
หากท่านบังเอิญเจอสิ่งของตกหล่นข้างทาง หรือตามสถานที่สาธารณะ สิ่งที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดตามกฎหมายคือ การนำทรัพย์สินนั้นไปส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันและติดตามหาตัวเจ้าของ การนำไปใช้เองหรือเก็บไว้กับตัว เพราะคิดเอาเองว่าไม่มีใครเห็น หรือ เจ้าของคงไม่เอาแล้ว อาจนำมาซึ่งโทษทางอาญาที่ทำให้ท่านเสียทั้งเงิน เสียทั้งประวัติ และอาจเสียอิสรภาพได้โดยไม่คาดคิด
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว








