การกระทำละเมิดในทางแพ่งและละเมิดในทางปกครอง

การกระทำละเมิดในทางแพ่งและละเมิดในทางปกครอง

ต้องเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากการกระทำของบุคคลระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกัน หรือระหว่าง

หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชนฝ่ายหนึ่ง หรือระหว่างหน่วยงานทางปกครองกับเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกันเอง ซึ่งกรณีเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดมีเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้

๑.เป็นการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมิใช่กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ หรือที่ถือว่าเป็นการกระทำละเมิดโดยเหตุส่วนตัวของเจ้าหน้าที่นั้นเอง
๒.เป็นการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ แต่การกระทำในหน้าที่นั้น มิได้เกิดจากกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

-การปฏิบัติหน้าที่ที่มิได้เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายปกครอง ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่โดยปกติทั่วไป มิได้เป็นการใช้อำนาจ หรือเป็นการดำเนินการในทางกระบวนการยุติธรรมทางอาญา หรือเป็นเพียงการทางปกครองทางกายภาพ เพื่อให้กิจการของฝ่ายปกศรองเกิดผลสำเร็จ

-การปฏิบัติหน้าที่มิได้เกิดจากการออกกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่งอื่น
-การปฏิบัติหน้าที่มิได้เกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ หรือ
-การปฏิบัติหน้าที่มีได้เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ล่าข้าเกินสมควร
๓.ผลของการกระทำละเมิดเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น (รวมถึงหน่วยงานทางปกครอง)

ความรับผิดของการกระทำละเมิดในทางแพ่ง

๑. กรณีเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดและการกระทำนั้น ไม่ใช่การกระในการปฏิบัติหน้าที่หรือเป็นการกระทำละเมิดโดยเหตุส่วนตัว เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดต้องรับผิดเป็นการเฉพาะตัว หมายความว่า เจ้าหน้าที่ที่กระทำละเมิด ไม่ว่าจะกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือประมาทเลินเล่อธรรมดาก็ตามย่อมจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้นเป็นการส่วนตัว โดยอยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น กรณีผู้กระทำละเมิดมีหลายคน เจ้าหน้าที่ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ทั้งหมดต้องรับผิดอย่าง "ลูกหนี้ร่วม" หมายความว่าเจ้าหน้าที่ผู้ละเมิดต้องรับผิดในความเสียหายเต็มจำนวนอย่างสิ้นเชิง โดยจะเกี่ยงความรับผิดเฉพาะในส่วนของตนมิได้สาเหตุ ดังต่อไปนี้

๒. กรณีที่เจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอกหรือต่อหน่วยงานของรัฐ แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยปกติทั่วไป มิใช่เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น พนักงานขับรถของส่วนราชการไปส่งหนังสือแพทย์ พยาบาล ผ่าตัดรักษาโรคให้คนไข้ เป็นต้น หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้น โดยอยู่ภายใต้บังคับตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ เช่น ผู้เสียหายต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐ หรือการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ได้ จะต้องเป็นกรณีจงใจหรือประมาท
เลินเล่ออย่างร้ายแรง

ผู้ที่ได้รับความเสียหายจะต้องนำข้อพิพาทยื่นฟ้องต่องต่อศาลยุติธรรม ภายในอายุความตามาตรา 448 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งได้กำหนดอายุความสิทธิเรียกร้องอันเกิดแต่มูลละเมิดไว้ 2 กรณี คือ
กรณีแรก มีอายุความ 1 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน

กรณีที่สอง อายุความ 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด
กรณีที่สาม ถ้าเรียกร้องค่าเสียหายในมูลละเมิดมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญาและมีกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่าที่กล่าวมานั้น ให้เอายุความที่ยาวกว่านั้นมาบังคับ

ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว

5d7Cr3mZUt

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 654,355