google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

รักกัน ซื้อของให้กัน เวลาเลิกกัน จะเรียกคืนของที่เคยให้ได้หรือไม่ ?


          คนเรานี่ก็แปลก เวลารักกันก็พี่ค่ะ น้องจ๋า น้องอยากได้นั่น น้องอยากได้นี่ อันนี้อยากได้มั๊ยเดี๋ยวพี่ซื้อให้  รักกันหวานชื่น ซื้อของให้กัน ซื้อรถให้ใช้ ซื้อบ้านให้อยู่ แพงเท่าไหร่ก็ไม่เคยเสียดาย ให้เงินกันใช้บ้างหละ พอเวลาทะเลาะกัน เวลาเลิกกัน อีกฝ่ายไปมีคนใหม่ มันโคตร “เจ็บใจ” มันเนรคุณ ไม่รู้จักจงรักภักดี ก็ทวงของคืน เสียดายเงินขึ้นมาทันที  จะเรียกคืนของที่เคยให้เพราะเหตุเนรคุณได้หรือไม่ เรื่องนี้มีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐาน คือ

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 144/2539

          การที่จำเลยไปสมรสกับหญิงอื่นไม่ได้เป็นเหตุผลที่จะแสดงว่าโจทก์เป็นคนไม่ดีแต่อย่างใดทั้งไม่ปรากฏว่าการกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ต้องเสียชื่อเสียงอย่างร้ายแรงถึงขนาดจะถอนคืนการให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา531(2)ได้การกระทำของจำเลยจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นการประพฤติเนรคุณโจทก์

         

          โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ กับ จำเลย อยู่กินฉันสามีภรรยากัน โจทก์ได้ให้เงินสดและ ทรัพย์สิน ต่าง ๆ แก่ จำเลย เป็น เงิน 273,495 บาทต่อมา จำเลยยกย่องหญิงอื่นเป็นภรรยาดูหมิ่น เหยียดหยาม โจทก์และ ทำร้ายร่างกายโจทก์ บาดเจ็บถือว่าจำเลยประพฤติเนรคุณ และทำละเมิด ขอให้ บังคับจำเลยคืนเงินสดและทรัพย์สินต่าง ๆ แก่ โจทก์มิฉะนั้น ให้ใช้ราคากับให้ใช้ค่าเสียหายที่ กระทำละเมิดพร้อมดอกเบี้ย

          จำเลยให้การว่า ไม่ได้อยู่กินฉันสามีภรรยากับโจทก์ โจทก์มอบทรัพย์สินให้เพื่อผูกใจ จำเลย จำเลยไม่ได้ทำร้ายร่างกายไม่ได้ประพฤติเนรคุณหรือกระทำการเป็นปฏิปักษ์ใด ๆ กับโจทก์โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย หรือ ทรัพย์ใด ๆ คืนขอให้ยกฟ้อง

          ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยคืนเงินและทรัพย์สินต่าง ๆ แก่โจทก์หากคืน ทรัพย์สินรายการใดไม่ได้ก็ให้ใช้ราคาแทนพร้อมดอกเบี้ยถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขอ อื่นให้ยก

          จำเลย อุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

          โจทก์ ฎีกา

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยไม่ประสงค์จะทำการสมรสกับ โจทก์ จำเลยก็ไปสมรสกับ หญิงอื่นได้ และ การที่จำเลยไปสมรสกับหญิงอื่นก็ไม่ได้เป็นเหตุผลที่จะแสดงว่าโจทก์เป็นคนไม่ดีแต่อย่างใด อีกทั้งตามทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่าการกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ ต้องเสียชื่อเสียงอย่างร้ายแรงถึงขนาดจะถอนคืนการให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(2) ได้การกระทำของจำเลยจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นการประพฤติเนรคุณ โจทก์ เมื่อการกระทำของจำเลยถือไม่ได้ว่าเป็นการประพฤติเนรคุณโจทก์แล้ว ปัญหาที่ว่าโจทก์ได้ให้ ทรัพย์สินแก่จำเลยโดยเสน่หาหรือไม่จึงไม่จำต้องวินิจฉัย

          พิพากษายืน

 

          สรุป สั้นๆนะครับ คือ เลิกกันแล้ว เรียกคืนของที่เคยให้ไม่ได้นะครับ !!!

 

          ปรึกษากฎหมาย โทร 095-9567735

 

เพิ่มเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 99,258