ชวนเด็กออกมา = ผิดพราก VS ไปหาเด็ก = ไม่ผิดพราก

ชวนเด็กออกมา = ผิดพราก VS ไปหาเด็ก = ไม่ผิดพราก ❌
 
       เส้นแบ่งทางกฎหมายเรื่องการพรากผู้เยาว์ ระหว่างการชวนเด็กออกมากับพฤติการณ์ของการไปหาเด็กถึงที่ ทั้งสองกรณีนี้มีเส้นบางๆกั้นอยู่ และให้ผลทางกฎหมายที่แตกต่างกัน โดยความผิดฐานพรากผู้เยาว์เป็นเรื่องที่สร้างความสับสนให้แก่คนทั่วไปอย่างมาก โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่าหากเด็กเต็มใจไปหาหรือยินยอมให้พบจะถือว่ามีความผิดหรือไม่ หัวใจสำคัญของกฎหมายเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ความสมัครใจของเด็กแต่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การคุ้มครองอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดาหรือผู้ปกครองเป็นสำคัญ โดยมีบรรทัดฐานที่น่าสนใจในการเปรียบเทียบพฤติการณ์ที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยแต่ส่งผลทางกฎหมายที่ต่างกันมหาศาล
       ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5525/2567 ข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยได้ใช้วาจาหรือส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กชักชวนให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปหาจำเลยที่ห้องพักเพื่อมีเพศสัมพันธ์กัน โดยจำเลยทราบดีว่าผู้เยาว์ยังอยู่ในความดูแลของมารดา เนื่องจากทั้งสองคนพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าที่ติดกันภายในหอพักเดียวกัน แม้การเดินทางไปหาจำเลยจะเป็นการที่ผู้เยาว์เดินไปเองตามคำชวน แต่ศาลวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยทำให้นำไปสู่การพรากผู้เยาว์ไปเสียจากมารดาเพื่อการอนาจาร เนื่องจากการพรากคือการทำให้เด็กพ้นไปจากอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดา การชักชวนจนเด็กออกจากห้องพักของตนเองมายังพื้นที่ของจำเลยแม้จะอยู่ติดกัน จึงถือเป็นความผิดสำเร็จทันที
       แต่ในทางกลับกัน เมื่อพิจารณาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2568 จะเห็นจุดตัดทางกฎหมายที่ชัดเจนในเรื่องของการเคลื่อนย้ายตัวผู้เยาว์ โดยในคดีนี้จำเลยเป็นฝ่ายพิมพ์ข้อความแจ้งผู้เยาว์ว่าจะเดินมาที่หน้าบ้านและให้เปิดประตูให้ จากนั้นจำเลยและผู้เยาว์เดินเข้าไปในห้องนอนของผู้เยาว์และมีการกระทำชำเราเกิดขึ้นโดยความยินยอมของผู้เยาว์ภายในห้องนอนนั้นเอง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีหมายถึง “การพาไป” หรือ “แยกเด็กออกไป” จากอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดา เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยเข้าไปหาผู้เยาว์ที่บ้านและนอนอยู่ในห้องนอนนั้นจนถึงเช้า โดยมิได้พาหรือนำตัวผู้เยาว์ไปที่อื่น การกระทำจึงขาดองค์ประกอบของการพราก แม้จำเลยจะยังมีความผิดฐานกระทำชำเราเด็กแต่ในส่วนของข้อหาพรากผู้เยาว์นั้น ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง จำเลยไม่มีความผิดฐานพรากผู้เยาว์
        จากคำพิพากษาทั้งสองกรณีนี้ ทำให้เห็นว่า หลักพิจารณาความผิดฐานพรากผู้เยาว์ สำคัญคือ การพิจารณาว่ามีการพาเด็กออกไปจากหรือพ้นไปจากอำนาจการปกครองของผู้ปกครองหรือไม่ หากมีการชักชวนให้เด็กออกจากพื้นที่ดูแลเดิมไปสู่พื้นที่ของจำเลย แม้จะเป็นระยะทางเพียงห้องข้างกันย่อมถือเป็นการพรากที่ผิดกฎหมายดังเช่นแนวฎีกาปี 2567 แต่หากเป็นการไปพบโดยที่เด็กยังอยู่ในสถานที่เดิมและไม่มีการเคลื่อนย้ายตัวเด็กออกไปย่อมไม่ถือเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ดังเช่นแนวฎีกาปี 2568 การเข้าใจความแตกต่างของพฤติการณ์เหล่านี้จะช่วยให้เห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองอำนาจของพ่อแม่เหนือสิ่งอื่นใด
        สรุปได้ว่า จุดตัดสินคือ การกระทำที่เป็นเหตุให้เด็กเคลื่อนที่ออกจากที่พักอาศัย ดังนั้น การพรากผู้เยาว์ จึงเป็นการกระทำที่พาไปหรือแยกเด็กออกไปจากอำนาจปกครองดูแล ทำให้ อำนาจปกครองของพ่อแม่ถูกรบกวนหรือถูกกระทบกระเทือนนั่นเอง

ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
ทนายใกล้ตัว
Visitors: 662,626