โพสต์ด่าไม่เอ่ยชื่อ เข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่

โพสต์ด่าไม่เอ่ยชื่อ เข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ (ฎีกาที่ 7497/2568)

          ในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่ระบายอารมณ์ หลายคนมักมีความเข้าใจผิดว่า "ถ้าเราโพสต์ด่าโดยไม่ระบุชื่อ-นามสกุล หรือไม่แท็กชื่อเขา เราจะไม่มีความผิด" เพราะถือว่าไม่ได้ระบุตัวตนชัดเจน แต่ในความเป็นจริงของโลกกฎหมายนั้น ลายเซ็นบนโพสต์ของคุณไม่ได้อยู่ที่ชื่อ แต่มันอยู่ที่ "บริบท" และ "ข้อมูลเฉพาะ" ที่คุณจงใจสื่อถึงเขาครับ

          วันนี้ผมจึงหยิบยกคำพิพากษาฎีกาล่าสุดที่ 7497/2568 มาอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับเหล่านักเลงคีย์บอร์ดที่กำลังชะล่าใจครับ

          เบื้องหลังความแค้นและการ "ชี้เป้า" ผ่านคีย์บอร์ด

          คดีนี้จำเลยได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวในลักษณะ "สาธารณะ" โดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและหยาบคายอย่างยิ่งครับ เนื้อหาในโพสต์มีการเปรียบเทียบผู้เสียหายเป็นสัตว์ สบประมาทเรื่องความยากจน และที่ร้ายแรงที่สุดคือการใส่ความว่าผู้เสียหาย "เคยเป็นโสเภณี" (กะหรี่)

          แม้ในโพสต์นั้นจำเลยจะไม่ได้พิมพ์ชื่อ-นามสกุลของผู้เสียหายลงไปเลยแม้แต่ตัวอักษรเดียว แต่จำเลยกลับใส่ "ข้อมูลเฉพาะตัว" ลงไปแทนครับ เช่น การระบุว่าคนคนนั้นป่วยเป็นโรคมะเร็ง มีอาชีพขายของเร่รอน และรับจ้างขนผัก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ตรงกับชีวิตจริงของผู้เสียหายทุกประการ เมื่อพยานที่เป็นคนรู้จักของทั้งสองฝ่ายมาอ่านโพสต์นี้ ก็เข้าใจได้ทันทีในวินาทีแรกเลยครับว่า "หมาบางตัว" ที่จำเลยพูดถึงนั้นหมายถึงใคร

          มุมมองกฎหมาย: เมื่อ "บุคคลที่สาม" อ่านแล้วรู้ว่าใคร

          หัวใจสำคัญของคดีหมิ่นประมาทไม่ใช่แค่การระบุชื่อครับ แต่คือการที่ "บุคคลที่สาม" อ่านแล้วทราบว่าผู้ถูกใส่ความคือใคร ในคดีนี้ศาลฎีกาจึงวางบรรทัดฐานไว้ชัดเจนครับว่า แม้ไม่ระบุชื่อตรงๆ แต่เมื่อจำเลยและผู้เสียหายมีคดีความโกรธเคืองกันมาก่อน ประกอบกับข้อมูลเรื่องอาการป่วยและอาชีพที่ระบุในโพสต์นั้นเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงมาก บุคคลทั่วไปที่รู้จักคู่กรณีทั้งสองย่อมเข้าใจได้ทันทีว่าโพสต์นั้นหมายถึงผู้เสียหาย

          การกระทำนี้จึงครบองค์ประกอบความผิดฐาน หมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และเมื่อเป็นการโพสต์ลงเฟซบุ๊กที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะ ซึ่งสามารถแพร่กระจายข้อมูลไปได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง จึงมีความผิดฐาน หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตาม มาตรา 328 ซึ่งมีโทษหนักกว่าการหมิ่นประมาทธรรมดาครับ

          บทสรุปของคดี: คุกมีไว้ขังคนปากแจ๋ว

          ในคดีนี้ ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยตัดสินให้จำเลยมีความผิดตามมาตรา 328 ครับ

โทษจำคุก: 1 ปี (แต่เนื่องจากไม่เคยต้องโทษมาก่อน ศาลให้รอการลงโทษไว้ 2 ปีเพื่อให้โอกาสกลับตัว)

โทษปรับ: 20,000 บาท

ค่าเสียหายทางแพ่ง: จำเลยต้องชดใช้เงินค่าเสียหายต่อชื่อเสียงให้แก่ผู้เสียหายอีก 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี

          นอกจากนี้ ศาลยังให้ความสำคัญกับสิทธิของผู้เสียหายในคดีส่วนแพ่ง แม้จะมีข้อบกพร่องเรื่องการส่งหมายในชั้นอุทธรณ์ แต่ศาลฎีกาก็ใช้อำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเพื่อความเป็นธรรมครับ

          บทเรียนจากทนาย: คิดก่อนโพสต์ พิมพ์ก่อนพัง

          คดีนี้สอนให้รู้ว่า ความโกรธเพียงชั่ววูบอาจนำไปสู่ภาระทางกฎหมายที่ลากยาวเป็นปีๆ ครับ การโพสต์ด่าแบบ "เลี่ยงบาลี" ไม่เอ่ยชื่อ แต่จงใจให้คนอื่นรู้ว่าด่าใคร ไม่ใช่เกราะป้องกันตัวคุณจากการถูกฟ้องครับ

          ก่อนจะกด "โพสต์" ทุกครั้ง ผมอยากให้ลองนึกถึงเงินในกระเป๋าและประวัติอาชญากรรมที่จะติดตัวคุณไปด้วยนะครับ หากมีข้อพิพาทกันจริงๆ การเลือกใช้กระบวนการทางกฎหมาย หรือการเจรจาผ่านทนายความ คือทางออกที่ปลอดภัยที่สุดครับ

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว

Visitors: 664,258