google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

เจ้าหนี้บังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ มีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ !!

        การที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้นั้น ก่อให้เกิดสิทธิในทางแพ่งแก่เจ้าหนี้ในการฟ้องบังคับคดีลูกหนี้เท่านั้น หากลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็ต้องใช้สิทธิในทางศาล ฟ้องคดีในทางแพ่งกับลูกหนี้ ไม่สามารถทวงหนี้โดยการข่มขู่บังคับให้ลูกหนี้ยอมชำระหนี้ได้แต่อย่างใด ดังนั้น หากเจ้าหนี้หรือบุคคลภายนอก ขู่เข็ญให้ลูกหนี้ชำระหนี้ โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทําอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือของบุคคลที่สาม จนลูกหนี้ยอมส่งมอบเงินให้ แม้เงินนั้นจะส่งมอบให้เจ้าหนี้ด้วยเจตนาให้เป็นการชำระหนี้ ก็เป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ด้วย

          กรณีตัวอย่างดังคำพิพากษาดังต่อไปนี้

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5889/2550 ที่จำเลยฎีกาว่าผู้เสียหายรับว่าเป็นหนี้มารดาของจำเลยจริง การกระทำของจำเลยจึงถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดฐานกรรโชกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 นั้น เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่าผู้เสียหายเป็นหนี้มารดาของจำเลย และผิดนัดไม่ชำระหนี้ก็เป็นกรณีที่มารดาของจำเลยถูกโต้แย้งสิทธิและต้องใช้สิทธิทางศาลเพื่อบังคับให้ผู้เสียหายให้ชำระหนี้ ตามที่บัญญัติในมาตรา 55 และบทบัญญัติทั้งปวงแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หาก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลยในการข่มขืนใจผู้เสียหายให้ยอมหรือจะยอมชำระหนี้นั้นไม่ และไม่ทำให้การกระทำของจำเลยที่เป็นความผิดฐานนั้นไม่ และไม่ทำให้การกระทำของจำเลยที่เป็นความผิดฐานกรรโชกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 กลายเป็นการกระทำที่ไม่เป็นความผิด

         คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1199/2553 ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวกับผู้เสียหายว่า "หากผู้เสียหายไม่ยอมชำระหนี้ให้ ผู้เสียหายกับบุตรภรรยาจะเดือดร้อนเพราะอายุยังน้อย" นั้น ไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิโดยชอบธรรมที่เจ้าหนี้อาจพึงฟ้องลูกหนี้ให้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายแต่อย่างใด แต่เป็นถ้อยคำที่สามัญชนโดยทั่วไปย่อมทราบและตีความได้ว่าเป็นคำพูดข่มขู่ว่าหากไม่ชำระหนี้ให้แล้วผู้เสียหายกับครอบครัวอาจถูกทำร้ายให้ได้รับความเดือดร้อนและเป็นอันตรายได้ถ้อยคำดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการขู่เข็ญผู้เสียหายให้ต้องยินยอมชำระหนี้ให้แก่กลุ่มจำเลยทั้งห้าตามที่เรียกร้อง

          กรณีไม่ได้มีการส่งมอบ แต่บังคับให้ทำสัญญากู้ยืมเงินกันไว้ โดยไม่ได้กู้เงินกันจริง แล้วนำสัญญากู้มาฟ้องเป็นคดีแพ่ง นอกจากจะเป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์แล้ว คดีทางแพ่งที่เจ้าหนี้นำสัญญากู้ที่บังคับขู่เข็ญให้ลูกหนี้ลงชื่อมาฟ้องเป็นคดีแพ่ง ยังแพ้คดีอีกด้วย

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1906/2535 โจทก์กับพวกประมาณ 8 คน ไปที่บ้านจำเลยซึ่งมีเพียงจำเลยอาศัยอยู่กับบุตร 2 คน อายุ 10 ปี และ 12 ปี แล้วโจทก์ข่มขู่จำเลยว่าหากไม่ลงชื่อในสัญญากู้จะรื้อหรือเผาบ้านจำเลยนั้น ถือได้ว่าเป็นภัยถึงขนาดที่จะจูงใจจำเลยให้มีมูลต้องกลัวว่าจะเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของตนเองอันใกล้จะถึงและร้ายแรงเท่ากับที่จะพึงกลัวต่อการอันเขากรรโชกเอานั้น สัญญากู้ที่จำเลยทำให้แก่โจทก์จึงเป็นโมฆียะ เมื่อโจทก์ฟ้องบังคับตามสัญญากู้ จำเลยให้การปฏิเสธโดยอ้างเหตุดังกล่าว ถือได้ว่าจำเลยบอกล้างสัญญากู้อันเป็นโมฆียกรรมนั้นแล้วสัญญากู้จึงเป็นโมฆะ โจทก์จึงไม่อาจฟ้องบังคับให้จำเลยรับผิดตามสัญญากู้ดังกล่าวได้

          BY-ทนายวรทัศน์  โฉมสินทร์   ปรึกษากฎหมาย โทร 080-2099697  , 02-0749954 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

เพิ่มเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 176,456