google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

ใช้สิ่งเทียมปืนข่มขู่แต่กลับถูกปืนจริงยิงสวน ถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย


ใช้สิ่งเทียมปืนข่มขู่แต่กลับถูกปืนจริงยิงสวน ถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย

          ปัจจุบันได้มีกีฬาหลายชนิด บทความนี้เราพูดถึงกีฬายิงปืนบีบีกัน ที่มีอุปกรณ์การเล่นลักษณะเหมือนกับอาวุธปืนหรือสิ่งเทียมเป็นที่แพร่หลาย แต่หากเกิดนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์อาจจะทำให้ถึงแก่ความตายเพราะความคึกคะนองหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็เป็นได้

ตัวอย่าง กรณีที่นายสมคนร้ายชักอาวุธปืนเล็งมาที่นายสงบ ตามกฎหมายถือว่าเป็นภยันตรายอันใกล้จะถึง ซึ่งนายสงบสามารถป้องกันตัวจากภยันตรายดังกล่าวได้ทันที ดังนั้นการที่นายสงบชักอาวุธปืนยิงสวนไปจนนายสมถึงแก่ความตายจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่พอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุและพบว่าอาวุธของนายสมเป็นเพียงปืนปลอมที่ใช้ในการเล่นกีฬา(บีบีกัน) จึงอ้างเหตุป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้

ตามมาตรา ๖๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติว่า “ข้อเท็จจริงใด ถ้ามีอยู่จริงจะทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด หรือทำให้ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่มีอยู่จริง แต่ผู้กระทำสำคัญผิดว่ามีอยู่จริง ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด หรือได้รับการยกเว้นโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แล้วแต่กรณี..”

การที่นายสงบเห็นนายสมถือปืนอยู่เล็งมาที่ตนเอง ย่อมต้องถือว่ามีภัยอันตรายอันใกล้จะถึงแล้ว เพราะการที่คนร้ายถืออาวุธปืนเล็งมาที่ตนและได้ยิงสวนไปย่อมถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วแม้ปรากฏว่าปืนที่นายสมถือมาจะเป็นปืนปลอมก็ตาม แต่เหตุการณ์ดังกล่าวย่อมเป็นที่เข้าใจว่านายสมน่าจะถือปืนจริงมา จึงถือว่านายสงบสำคัญผิดเข้าใจว่าปืนที่นายสมถือมาเป็นปืนจริง แต่แท้จริงแล้วเป็นปืนปลอม

อ้างถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5758/2537 ผู้ตายกับพวกถือสิ่งของคล้ายอาวุธปืนเดินเข้ามาหาจำเลยในเขตนากุ้งของจำเลยในเวลาค่ำคืน จำเลยร้องห้ามให้วางสิ่งของดังกล่าว แล้วผู้ตายกับพวกกลับจู่โจมเข้ามาใกล้ประมาณ 2-3 เมตรย่อมมีเหตุให้จำเลยอยู่ในภาวะเข้าใจได้ว่าผู้ตายกับพวกจะเข้ามาทำร้ายและถือได้ว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยใช้อาวุธปืนของกลางยิงไปทางผู้ตายกับพวกในภาวะและพฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนโดยชอบด้วยกฎหมายและพอสมควรแก่เหตุ จำเลยนำอาวุธปืนของกลางซึ่งจำเลยได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้มีไว้ในครอบครองติดตัวไปเฝ้านากุ้งของจำเลย ถือไม่ได้ว่าจำเลยพาอาวุธปืนของกลางไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร แต่ถือว่าเป็นการพาไปโดยมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ วรรคสอง แม้จำเลยมิได้ฎีกาความผิดฐานนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นมาพิจารณาวินิจฉัยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5758/2537 ผู้ตายกับพวกถือสิ่งของคล้ายอาวุธปืนเดินเข้ามาหาจำเลยในเขตนากุ้งของจำเลยในเวลาค่ำคืน จำเลยร้องห้ามให้วางสิ่งของดังกล่าว แล้วผู้ตายกับพวกกลับจู่โจมเข้ามาใกล้ประมาณ 2-3 เมตรย่อมมีเหตุให้จำเลยอยู่ในภาวะเข้าใจได้ว่าผู้ตายกับพวกจะเข้ามาทำร้ายและถือได้ว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยใช้อาวุธปืนของกลางยิงไปทางผู้ตายกับพวกในภาวะและพฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตนโดยชอบด้วยกฎหมายและพอสมควรแก่เหตุ จำเลยนำอาวุธปืนของกลางซึ่งจำเลยได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้มีไว้ในครอบครองติดตัวไปเฝ้านากุ้งของจำเลย ถือไม่ได้ว่าจำเลยพาอาวุธปืนของกลางไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร แต่ถือว่าเป็นการพาไปโดยมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ วรรคสอง แม้จำเลยมิได้ฎีกาความผิดฐานนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นมาพิจารณาวินิจฉัยได้

มาตรา 68  ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด


ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 , 02-0749954 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

 

 

เพิ่มฉันเป็นเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 364,399