google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

ลูกจ้างกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ นายจ้างต้องร่วมชดใช้ค่าเสียหายด้วย


ลูกจ้างกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ นายจ้างต้องร่วมชดใช้ค่าเสียหายด้วย

ตัวอย่าง นายนัท เป็นลูกจ้างขับรถส่งน้ำแข็ง ให้กับ บริษัท เย็นสุดขั้วจำกัด วันหนึ่งนายนัทซึ่งเป็นลูกจ้างได้มาทำงานในลักษณะที่เมาสุราได้ขับรถบรรทุกส่งน้ำแข็งไปตามร้านอาหารต่างๆ ขณะจะกลับจากการส่งน้ำแข็งได้ขับรถด้วยความเร็วเฉี่ยวชนกับผู้อื่น เป็นเหตุให้ลุงสมหมายล้มหัวกระแทกพื้นถึงแก่ความตาย ถือว่านายนัทกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

          จากข้อเท็จจริงที่ยกตัวอย่างมานั้น ถือว่านายนัทเป็นลูกจ้างของบริษัท เย็นสุดขั้ว จำกัด ได้กระทำงานไปตามการที่จ้าง จนเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับบุคคลอื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และบริษัท เย็นสุดขั้ว จำกัด ในฐานะนายจ้างต้องร่วมกับนายนัท ลูกจ้างชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ครอบครัวลงสมหมายด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 425  

อ้างถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4786/2558 ความหมายของคำว่า "ในทางการที่จ้าง" มิได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะในเวลาทำงานของนายจ้างหรือระหว่างเวลาที่ต่อเนื่องคาบเกี่ยวใกล้ชิดกันกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างดังที่จำเลยที่ 3 กล่าวอ้างมาเท่านั้น หากแต่เมื่อลูกจ้างที่มีหน้าที่ขับรถและได้กระทำไปในทางการที่จ้างแล้ว หลังจากนั้นแม้ลูกจ้างจะได้ขับรถไปทำธุรกิจส่วนตัวหรือประการใดก็ตาม ตราบใดที่ลูกจ้างยังมิได้นำรถกลับคืนสู่ความครอบครองของนายจ้าง ก็ยังคงถือว่าอยู่ในระหว่างทางการที่จ้างหรือต่อเนื่องกับทางการที่จ้างซึ่งนายจ้างยังคงต้องรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกจ้าง ดังนั้น แม้ขณะเกิดเหตุคดีนี้จะเป็นเวลา 2 นาฬิกา นอกเวลาทำงานปกติและ ว. ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไปเที่ยว ก็ถือได้ว่า ว. ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 3 เป็นนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดของ ว. นั้นด้วย

และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17440/2555 จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 3 ขับรถบรรทุกเฉี่ยวชนรถโดยสารของโจทก์ได้รับความเสียหายแม้ขณะเกิดเหตุเป็นเวลา 20 นาฬิกา แต่จำเลยที่ 1 ยังคงสวมใส่ชุดทำงาน ในวันรุ่งขึ้นจำเลยที่ 2 หุ้นส่วนผู้จัดการห้างจำเลยที่ 3 ไปพบพนักงานสอบสวนกับจำเลยที่ 1 โดยมิได้ปฏิเสธความรับผิดว่าจำเลยที่ 1 มิได้กระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 แต่กลับยอมรับต่อตัวแทนฝ่ายโจทก์และพนักงานสอบสวนว่าจำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 และยังร่วมเจรจาต่อรองค่าเสียหายโดยไม่ได้แจ้งหรือแสดงพฤติการณ์ใดให้เห็นว่าเป็นการกระทำในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 1 แสดงว่าจำเลยที่ 2 รับโดยปริยายแล้วว่าการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำในทางการที่จ้างซึ่งจำเลยที่ 3 จะต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการที่ยินยอมเสนอเงินชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นเพียงลูกจ้างรายวันและขณะเกิดเหตุจะล่วงเลยเวลาทำงานตามปกติของจำเลยที่ 1 แล้วก็ตาม แต่ก็ยังถือว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างและเมื่องานที่ทำเป็นกิจการของนายจ้าง จึงเป็นการปฏิบัติงานในทางการที่จ้างที่จำเลยที่ 3 ในฐานะนายจ้าง และจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างจำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกโดยไม่จำกัดความรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ห้างก่อให้เกิดขึ้นด้วย

มาตรา 425  “นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

 ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 , 02-0749954 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

 

เพิ่มฉันเป็นเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 363,992