google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

กรณีถูกทำร้ายร่างกาย จะป้องกันตัวอย่างไรให้ถูกกฎหมาย

          ปัญหาการทะเลาะวิวาทในปัจจุบันทวีความรุนแรงขึ้น โดยใช้อาวุธและผู้กระทำความผิดนั้นมีอายุต่ำลงทุกวัน โดยสาเหตุในการก่อเหตุนั้นมีหลายปัจจัย เช่น เมาสุรา ขาดสติ เพื่อนยุยง เป็นต้น ฝ่ายที่ถูกทำร้ายสามารถป้องกันตนเองห้พ้นจากภยันตรายได้ หากได้กระทำพอสมควรแก่เหตุแล้วนั้น ไม่มีความผิด เพราะถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

          ตัวอย่างเช่น จำเลยพยายามหลีกเลี่ยงที่จะมีเรื่องกับผู้ตาย เมื่อผู้ตายถือมีดเข้ามาท้าทาย จำเลยเพียงแต่ใช้มือผลักอกผู้ตายเท่านั้น การที่ผู้ตายยังเข้าไปหาจะใช้มีดฟันจำเลยอีก จำเลยจึงถีบผู้ตายและใช้มีดฟันผู้ตายไป “เพียงครั้งเดียว” แม้ผู้ตายจะมีอาการมึนเมาสุรา แต่ตามลักษณะอาการของผู้ตายแสดงว่ายังครองสติได้ การมึนเมาสุราดังกล่าวจะยกขึ้นมาเพื่อฟังให้เป็นโทษแก่จำเลยไม่ได้ พฤติการณ์ถือได้ว่า จำเลยฟันผู้ตายเพื่อป้องกันตนเอง ให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงและได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุ จึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย “จำเลยไม่มีความผิด” (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8879/2542 )

          “ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความจากคำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์ว่า หลังจากที่ผู้ตายและจำเลยต่างกลับไปบ้านเอามีดและมีดดาบซึ่งมีความยาวใกล้เคียงกันมาแล้ว จำเลยมานั่งเล่นตู้ม้าอยู่ ผู้ตายถือมีดมาท้าทายจำเลย จำเลยใช้มือผลักอกผู้ตาย แต่ผู้ตายกลับเข้าไปจะฟันจำเลย จำเลยใช้เท้ายันผู้ตายเซถลาไปและหยิบมีดซึ่งวางอยู่ข้างตัวฟันผู้ตาย ๑ ครั้ง ตามพฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าวย่อมเห็นได้ว่า จำเลยพยายามหลีกเลี่ยงที่จะมีเรื่องกับผู้ตาย โดยครั้งแรกเมื่อผู้ตายถือมีดเข้ามาท้าทายจำเลยเพียงแต่ใช้มือผลักอกผู้ตายเท่านั้น หากจำเลยมีเจตนาจะทำร้ายหรือเจตนาฆ่าผู้ตาย จำเลยย่อมใช้มีดฟันผู้ตายในขณะนั้นแล้ว แต่จำเลยก็ไม่กระทำ การที่ผู้ตายยังเข้าไปหาจะใช้มีดฟันจำเลยอีก จำเลยจึงถีบผู้ตายและใช้มีดฟันผู้ตายไปเพียงครั้งเดียว ซึ่งถ้าจำเลยไม่กระทำเช่นนั้นก็อาจถูกผู้ตายใช้มีดฟันจำเลยได้ แม้ผู้ตายจะมีอาการมึนเมาสุรา แต่ตามลักษณะอาการของผู้ตายแสดงว่ายังครองสติได้ ทั้งการมึนเมาสุราดังกล่าวจะยกขึ้นมาเพื่อฟังให้เป็นโทษแก่จำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าวถือได้ว่า จำเลยฟันผู้ตายเพื่อป้องกันตนเอง ให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงและได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุ จึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่มีความผิด ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น”

 

BY-ทนายธีระพล บัวลพ  ปรึกษากฎหมายโทร 061-2924656, 095-9567735 02-0749954 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

 

เพิ่มฉันเป็นเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน
Visitors: 181,023