google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

พิษรักแรงหึง !! ภรรยากอดจูบกับชายอื่นยังไม่ถึงขั้นร่วมประเวณีต่อหน้าสามี สามีทำร้ายร่างกายใช้มีแทงชายอื่น ถือเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะไม่ใช่ป้องกันตัว

         พิษรักแรงหึงสมัยนี้ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยดูได้จากข่าวหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ ไม่ว่าจะฝ่ายชายหึงหวงฝ่ายหญิง หรือฝ่ายหญิงหึงหวงฝ่ายชายก็ตาม รวมไปถึงเพศที่สามด้วยนั้น  เมื่อความรักบังตาอะไรก็สามารถทำได้ กลัวจะถูกแย่งคนรักไป บางคู่นั้นได้ทำร้ายมือที่สามที่เข้ามามีความสัมพันธ์ หรือทำร้ายทั้งคนรักและมือที่สามไปพร้อมๆกัน โดยคำนึงแค่ความสะใจเพียงเท่านั้น มิได้คำนึงถึงผลร้ายที่จะตามมา ว่าจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร

          ความรักนั้นเป็นสิ่งสวยงาม แต่กลับกันนั้นก็ทำให้ตาบอด เห็นผิดเป็นชอบ หรือที่เรียกว่า “หลง” ทุ่มเทไปทั้งกายทั้งใจ เพื่อที่จะให้คนรักนั้นรู้สึกดี มีความสัมพันธ์ที่ดีตอบกลับมา  แต่อะไรก็ตามนั้นหากมันมากเกินไป เกินความพอดี จะกลายเป็นอึดอัด จากชีวิตคู่ที่ร่วมคิดร่วมสร้างจะกลายเป็นคนหนึ่งบงการชีวิตอีกคนหนึ่งทันที

          คนเราถ้าจะมีความรักนั้น ต้องรักให้เป็น การรักให้เป็นนั้นต้องรักตัวเองก่อน อย่ารักแต่เพียงคนรักเพียงอย่างเดียว สิ่งที่อยากฝากคำถามไว้ให้ท่านคิดนะครับ คือ  อะไรที่ท่านว่าดีอยากมอบให้คนรักท่านให้ตัวเองแล้วหรือยัง?

          ตัวอย่างคดีที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้เรื่องความรัก ความหึงหวง โดยฝ่ายชายทำร้ายมือที่สามจนถึงแก่ความตาย ถึงแม้จะได้รับการลดโทษเพราะกระทำไปโดยบันดาลโทสะ แต่บุคคลนั้นก็มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 แล้ว ฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา  1 ชีวิตต้องจบลง อีก 1 ชีวิตต้องจำคุก  อีก 1 ก็รู้สึกผิดไปตลอดชีวิต  ทั้ง 3 ชีวิตนั้นต้องอยู่กับห่วงแห่งความทุกข์ เพราะฉะนั้นแล้วจะทำอะไรคิดให้ดีนะครับ  ฝากไว้สำหรับคนมีความรักทุกท่าน

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3583/2555

          จ. เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยซึ่งจำเลยย่อมมีสิทธิตามกฎหมายที่จะกระทำการป้องกันเกียรติยศชื่อเสียงของตนโดยมิให้ชายอื่นมามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับภรรยาของตนได้ แต่ขณะเกิดเหตุจำเลยพบเห็น จ. นอนหนุนตักผู้ตายและกอดจูบกันเท่านั้นโดยยังไม่มีการร่วมประเวณีกัน และการที่ผู้ตายกระทำต่อ จ. ดังกล่าวก็เป็นไปโดย จ. สมัครใจยินยอม พฤติการณ์เช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่ามีภยันตรายซึ่งเกิดการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ซึ่งจำเลยจำต้องกระทำการป้องสิทธิแต่อย่างใด แต่การที่ผู้ตายกับ จ. กอดจูบกันเช่นนี้ นับเป็นการกระทำที่ข่มเหงจิตใจของจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เมื่อจำเลยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ย่อมเหลือวิสัยของจำเลยที่จะอดกลั้นโทสะไว้ได้ จึงเข้าไปชกต่อยผู้ตายแล้วใช้มีดปอกผลไม้ที่วางอยู่ใกล้ตัวแทงผู้ตายเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตาม ป.อ. มาตรา 72 ไม่ใช่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย


BY- ทนายธีระพล บัวลพ   ปรึกษากฎหมายโทร  061-2924656 , 095-9567735 , 02-0749954 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

เพิ่มฉันเป็นเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 166,586