google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

แต่งงานไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน...เด็กที่เกิดมาเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของใคร ?

เด็กทุกคนที่เกิดมา ไม่ว่าบิดามารดาจะสมรสกัน หรือไม่ก็ตาม กฎหมายก็ให้ถือว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของมารดา  ตามมาตรา 1546 ซึ่งเป็น บทบัญญัติเพื่อคุ้มครองเด็กที่เกิดมา ให้ต้องมีผู้รับผิดชอบดูแลอย่างน้อยหนึ่งคน และหนึ่งคนในที่นี่ได้แก่ มารดาซึ่งก็คือหญิงที่คลอดเด็กนั้นนั่นเอง มารดาคงอ้างไม่ได้ว่า เด็กนั้นไม่ใช่บุตรของตน แม้ไม่ปรากฏว่าใคร เป็นบิดาของเด็กก็ตาม

เด็กที่เกิดในขณะที่บิดามารดาไม่ได้สมรสกัน มีผลเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของมารดาเพียงฝ่ายเดียว และเป็นบุตรนอกกฎหมายของบิดา แม้เด็กและบิดาจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว ก็ไม่มีความสัมพันธ์ทางกฎหมาย ไม่เกิดสิทธิและหน้าที่ระหว่างกัน เด็กที่เกิดก่อนสมรสหรือเด็กที่เกิดจากบิดามารดาไม่ได้สมรสกัน ต่อมาอาจเปลี่ยนฐานะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาได้ โดยบิดามารดาสมรสกันภายหลังเด็กเกิด หรือ บิดาจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร หรือมีคำพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตร (มาตรา 1547 ) ซึ่งมีผลให้เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาย้อนไปถึงวันที่เด็กเกิดทั้งสามกรณี

          ปัจจุบันปัญหาเรื่องการแย่งบุตรมีเยอะมาก เนื่องมาจากบิดามารดาเลิกราแยกทางกัน และต่างฝ่ายต่างต้องการบุตร แต่อีกฝ่ายไม่ให้บุตรไปอยู่กับอีกฝ่าย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม คนที่น่าสงสารที่สุดนั้นคือ “เด็ก” นอกจากที่ต้องขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่แล้ว เด็กบางคนนั้นรู้สึกเหมือนว่าเขาเป็นสิ่งของที่แย่งกันไปแย่งกันมา แม้ความรักของบิดากับมารดาจะจบลงแล้วนั้น หากคุณมีลูก คุณควรนึกถึงความรู้สึกของเขาและใส่ใจเขาให้มากๆ ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่พ่อและแม่กันไปให้เด็กได้เติบโตอยู่ในสังคมได้ อย่าเห็นแก่ความสุขของตนมากเกินไป

          สุดท้ายถ้าอีกฝ่ายไม่ยินยอมให้พบบุตร หรือกีดกัน อีกฝ่ายสามารถร้องต่อศาลให้ศาลเป็นคนกำหนดอำนาจปกครองบุตรได้ ทั้งนี้ ศาลจะคำนึงถึงความผาสุกของเด็กเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดีเด็กควรมีทั้งพ่อและทั้งแม่

กรณีตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2546
          เมื่อโจทก์คลอดบุตรผู้เยาว์แล้วได้เลี้ยงดูด้วยตนเองตลอดมา ต่อมาโจทก์ไม่อาจทนอยู่กับจำเลยที่บ้านจำเลยได้ ต้องกลับไปอยู่บ้านบิดามารดาโจทก์ โจทก์ก็นำบุตรผู้เยาว์ไปเลี้ยงดูด้วย แม้บิดาจำเลยไปหลอกนำบุตรผู้เยาว์กลับมาที่บ้านจำเลย โจทก์เพียรพยายามขอพบบุตรผู้เยาว์ แต่ถูกกีดกันไม่ให้พบ โจทก์ยังคงห่วงใยและมีความรักบุตรผู้เยาว์แม้ถูกฝ่ายจำเลยพรากไป ทั้งโจทก์มีรายได้สามารถอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ได้ด้วยตนเองโดยปราศจากความช่วยเหลือของจำเลย ส่วนจำเลยเมื่อบิดาจำเลยนำบุตรผู้เยาว์กลับมา จำเลยและบิดามารดาจำเลยไม่อาจเลี้ยงดูได้เพราะต้องไปทำงานทุกคน ต้องให้ญาติฝ่ายบิดาจำเลยเลี้ยงบุตรผู้เยาว์ตลอดมาจนถึงวัยเรียน และจำเลยมีรายได้น้อย ยังต้องพึ่งพาบิดามารดาจำเลยอยู่ ไม่อาจเลี้ยงดูบุตรภริยาได้ โจทก์จึงสมควรเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์แต่เพียงผู้เดียว

BY- ทนายธีระพล บัวลพ  ปรึกษากฎหมาย โทร 061-2924656 , 095-9567735 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

 

เพิ่มเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 136,955