google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

คำพูดที่ว่า >มึงออกมาต่อยกับกูตัวต่อตัวถ้าแน่จริง< หากตอบโต้ ถือว่า สมัครใจทะเลาะวิวาท

คนที่ทำอวดเก่งในเรื่องไม่ดีสมัยนี้มีเยอะ ท้าตีท้าต่อยกับเพื่อวัดศักดิ์ศรี แท้จริงแล้วนั้นมันไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง ใครจะทำอะไรไม่ดีใส่เรา ก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ดีกว่าครับ ถ้ามีการล้ำเส้นกันเกิดขึ้นก็ให้กฎหมายเข้ามาดูแลจัดการ เพราะในทุกการกระทำความผิดนั้น กฎหมายได้กำหนดบทลงโทษไว้แล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ทนายความพนักงานอัยการ และศาลเถอะครับสุภาษิตที่ว่า “อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ” คำนี้ผมว่าใช้เป็นข้อคิดได้นะครับ

ฝากถึงพวกน้องๆนักศึกษาทั้งหลายและประชาชนทั่วไป ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ ให้นึกถึงอนาคตไว้ให้มากๆ หากหลงเดินทางผิดไปแล้วให้กลับใจสะ เห็นแก่พ่อแม่ของเราที่คงไม่อยากให้ลูกตนเป็นเป็นอันตพาล นักเลงหัวไม้ หรอกครับ หากวันใดวันนึงที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ทำหน้าที่การงานที่ดีแล้วนั้น เมื่อมองย้อนกลับมาจะเห็นว่าเสียเวลา เสียประวัติ เสียเงินเสียทอง มากไปกว่าได้เพียงแค่ชื่อเสียงที่ดังในทางไม่ดีกลับมา

ในกรณีที่ถูกทำร้ายหรือถูกกระทำ มีบทกฎหมายที่คุ้มครองเราอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปตอบโต้ร่วมหรือสมัครใจทะเลาะวิวาทกับผู้กระทำ  แต่หากเป็นกรณีเหตุจำเป็นหรือเหตุป้องกันตัวตามกฎหมายสามารถกระทำได้ ไม่ต้องรับโทษหรือไม่เป็นเป็นความผิดต่อกฎหมาย

ยกตัวอย่างเช่นตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3089/2541 

การที่ผู้เสียหายที่ 1 ไปท้าทายจำเลยโดยพูดเพียงว่า"มึงออกมาต่อยกับกูตัวต่อตัวถ้าแน่จริง" แม้จำเลยไม่มีหน้าที่ จะต้องหลบหนีก็ตาม แต่หากจำเลยไม่สมัครใจที่จะวิวาท หรือต่อสู้กับผู้เสียหายที่ 1 จำเลยก็ชอบที่จะไม่ตอบโต้ หรือ ออกไปพบผู้เสียหายที่ 1 แต่จำเลยกลับออกไปพบผู้เสียหายที่ 1 โดยพกอาวุธปืนไปด้วย แสดงว่าจำเลยสมัครใจเข้าวิวาทและต่อสู้กับผู้เสียหายที่ 1 และเข้าสู่ภัยโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจ แม้ผู้เสียหายที่ 1 จะชักมีดออกมาเพื่อจ้วงแทงจำเลย ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะวิวาทกัน จำเลยไม่มีสิทธิ ใช้ไม้ตีผู้เสียหายทั้งสองและใช้ปืนยิงผู้เสียหายที่ 1 โดยอ้างเหตุป้องกันตามกฎหมาย ทั้งการที่ผู้เสียหายที่ 1มาเรียกจำเลยให้ออกไปชกต่อยกันตัวต่อตัว ไม่เป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงไม่อาจอ้างเหตุบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 จำเลยใช้ไม้กลมยาวประมาณ 1 ศอก ตีที่ศีรษะ ผู้เสียหายที่ 2 เป็นเหตุให้มีรอยช้ำที่บริเวณท้ายทอยใช้เวลารักษาประมาณ 5 วัน เป็นการใช้อาวุธทำร้ายที่บริเวณอวัยวะสำคัญ เป็นเหตุ ให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายแก่กาย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295

         

          BY- ทนายธีระพล บัวลพ   โทร 061-2924656 , 095-9567735 , 02-0749954 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

 

 

เพิ่มเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 122,466