google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

5 เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนเปิดวงแชร์แจกดอก

1. การเปิดวงแชร์แจกดอกนั้น ไม่ว่าจะเปิดกี่วง หรือเงินกองกลางเกิน 300,000 ก็ไม่เป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติการเล่นแชร์

        วงแชร์ที่จะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 นั้น ต้องเป็นกรณีที่ บุคคลตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ตกลงจะส่งเงินหรือทรัพย์สินรวมเข้าเป็นทุนกองกลางเป็นงวด ๆ เพื่อให้สมาชิกวงแชร์หมุนเวียนกันรับทุนกองกลางในแต่ละงวดโดยการประมูล แต่สำหรับวงแชร์แจกดอกนั้น มีลักษณะเป็นการให้สมาชิกนำส่งเงินเข้าเป็นเงินกองกลางเพียงงวดเดียว โดยเท้าแชร์ให้คำมั่นว่าจะจ่ายดอกเบี้ย หรือ ผลประโยชน์ตอบแทนให้กับสมาชิกวงแชร์ทุกคน เมื่อครบรอบที่กำหนด การตั้งวงแชร์แจกดอก จึงไม่ใช่การเล่นแชร์ตามนิยามของพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 เมื่อการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การเล่นแชร์ตามนิยามของกฎหมายแล้ว จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 6 ที่กำหนดห้ามให้จัดให้มีการเล่นแชร์เกิน 3 วง หรือมีสมาชิกรวมกันเกินสามสิบคน หรือมีทุนกองกลางรวมเกินกว่าที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง(300,000 บาท) ด้วย

        2. มีโทษจำคุก 5-10 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสนถึง 1ล้านบาท ไม่ว่าเท้าจะจ่ายดอกตามที่ได้โฆษณาไว้จริงหรือไม่ก็ตาม

        แม้การตั้งวงแชร์แจกดอกจะไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ฯก็ตาม แต่วงแชร์แจกดอกนี้ มีลักษณะเป็นการกู้ ยืม รับเข้าเป็นสมาชิก รับเข้าร่วมลงทุน โดยเท้าแชร์(ในฐานะผู้กู้ยืมเงิน) ตกลงว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้กับลูกแชร์(ในฐานะผู้ให้กู้ยืมเงิน)โดยการโฆษณาหรือประกาศให้ปรากฏต่อประชาชนหรือบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปว่าตน(เท้าแชร์)จะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ โดยที่ตนรู้อยู่แล้วว่า จะนำเงินจากผู้ให้กู้รายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ หรือโดยที่ตนรู้หรือควรรู้ว่าตนหรือบุคคลนั้นไม่สามารถประกอบกิจการใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลตอบแทนพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้  ซึ่งเป็นความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน  ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 12 เท้าแชร์ในฐานะผู้กู้ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโทษปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดระยะเวลาที่ยังเปิดวงแชร์แจกดอกด้วย

        อย่างไรก็ดี ความผิดดังกล่าวจะเป็นความผิดสำเร็จเมื่อเท้าแชร์(ผู้กู้)ได้รับเงินจากบุคคลอื่นไป และกฎหมายฉบับดังกล่าวก็ไม่ได้มีบทยกเว้นความผิดหรือยกเว้นโทษ สำหรับกรณีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนตามที่โฆษณาไว้ด้วย ดังนั้น แม้ว่าเท้าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนคืนตามที่ได้ประกาศไว้ก็ตาม ก็ไม่ได้ทำให้หลุดพ้นจากความรับผิดแต่อย่างใด

        3. ลูกแชร์ไม่สามารถฟ้องหรือแจ้งความให้เท้าแชร์จ่ายเงินและผลประโยชน์ตามที่ได้โฆษณาไว้ได้

        การเปิดวงแชร์แจกดอก มีลักษณะเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและตกเป็นโมฆะ ไม่สามารถนำมาฟ้องคดีในทางแพ่งได้

        สำหรับการแจ้งความนั้น เป็นการกระทำที่มีเจตนาให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษทางอาญา (ตามที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 2.) ไม่ใช่การไหว้วานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทวงหนี้ให้กับผู้ให้กู้แต่อย่างใด การแจ้งความจึงมีผลเพียงให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบปากคำและดำเนินคดีกับเท้าแชร์ตามกฎหมายเท่านั้น    

        อนึ่ง แม้การส่งเงินให้กับเท้าแชร์จะไม่ใช่การกู้ยืมหรือนิติกรรมที่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม แต่เงินต้นที่ลูกแชร์ส่งให้ไปนั้น ถือเป็นค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำความผิด ลูกแชร์(ผู้ให้กู้) สามารถร้องขอให้พนักงานอัยการเรียกเงินต้นคืนให้กับผู้ให้กู้ได้ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราเท่าที่กฎหมายกำหนด(ปัจจุบันอยู่ที่ไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปี)

        4. หากมูลค่าความเสียหายสูง เท้าแชร์มีโอกาสล้มละลายพร้อมติดคุก

ในการฟ้องคดีให้เท้าแชร์รับโทษทางอาญาตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนนั้น หากผู้ต้องหาเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือมีสินทรัพย์ไม่พอชำระหนี้สินได้ และเป็นหนี้ผู้ให้กู้ยืมเงินรายหนึ่งหรือหลายราย เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาท และเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนได้แน่นอน ไม่ว่าจะถึงกำหนดชำระแล้วหรือไม่ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชกำหนดดังกล่าว พนักงานอัยการสามารถฟ้องให้บุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลล้มละลายได้ด้วย

        5. หากแจ้งความไปแล้ว แม้เท้าแชร์จะจ่ายเงินให้จนครบในภายหลัง หรือลูกแชร์ไม่ติดใจเอาเรื่อง ก็ยอมความกันไม่ได้

        การกระทำอันเป็นความผิดตามพระราชกำหนดว่าด้วยการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนนี้ เป็นความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย  สำหรับลูกแชร์(ผู้ให้กู้) แม้จะมีอำนาจแจ้งความกล่าวโทษ แต่ก็ไม่มีอำนาจถอนแจ้งความ และไม่สามารถฟ้องดำเนินคดีกับเท้าแชร์ด้วยตัวเองได้

        ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3447/2530  

        ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน มิใช่กระทำโดยเฉพาะเจาะจงแก่บุคคลใดเป็นส่วนตัว รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหายโดยตรง พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญาดังจะเห็นได้ว่าบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของพระราชกำหนดนี้ ตาม มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 7 และมาตรา 8 บัญญัติถึงวิธีการและลักษณะของการกู้ยืมในกรณีเช่นนี้ไว้ และบัญญัติถึงการที่จะปราบปรามการกระทำที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนกับวางมาตรการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวง และรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ ไว้ เพื่อคุ้มครองประชาชนเป็นส่วนรวม และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้นมีอำนาจใช้มาตรการดังกล่าวนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อให้กรณีเสร็จเด็ดขาดไปทันทีดังนั้น ความผิดตามพระราชกำหนดนี้ รัฐเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีได้.

BY – ทนายวรทัศน์ โฉมสินทร์  ปรึกษากฎหมาย โทร 080-2099697, 02-0749954 , 095-9567735

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 122,465