google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

ผู้ให้ >> สามารถถอนคืนการให้ได้ เมื่อผู้รับการให้ประพฤติเนรคุณ

        การจะให้อะไรใครไปนั้นต้องพินิจพิจารณาอย่างถ่องแท้แล้ว จึงค่อยตัดสินใจให้นะครับ มิฉะนั้นสุดท้ายแล้วถ้าไม่เป็นไปตามดั่งที่คิด ที่วาดฝันเอาไว้ คุณเองนั่นและครับที่จะต้องเสียใจจากการกระทำของคุณเอง อีกทั้งหากอยากได้คืนแล้วคนนั้นเขาไม่ยินยอมคืนให้แต่โดยดี ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาล ให้ศาลมีคำพิพากษาบังคับเขาคนนั้น ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ด้วย ลองอ่านหลักเกณฑ์ทั่วไปต่อจากนี้ดูนะครับว่าคุณเป็น ๑ ในนั้นหรือไม่?

        ๑).เมื่อคุณซึ่งเป็น “ผู้ให้” ได้โอนทรัพย์สินของคุณ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน รถ หรืออื่นๆมากมาย ที่เป็นทรัพย์สินของคุณ ให้ไปโดยเสน่หาแก่บุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งเรียกว่า “ผู้รับ” นั้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่คุณปรารถนาจะให้  โดยที่เกิดจากความรักใคร่ มีความเมตา หรือมีน้ำใจ หรือเหตุผลอะไรก็ตามทางความรู้สึกดีๆที่มีให้คนนั้น และ ”ผู้รับ” นั้นยอมรับเอาทรัพย์สินไป จึงก่อให้เกิดสัญญาให้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๒๑ 

        ๒).แต่แล้วเหมือนฟ้าลงทันหรือกรรมเก่า หรือเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ “ผู้รับ” เปลี่ยนไป ซึ่งจากรักกันก็กลายเป็นเกลียดกัน คุยกันไม่ได้ หรือรู้สึกไม่ดีต่อกันเหมือนก่อน โดยที่ ”ผู้รับ” อาจจะประทุษร้ายต่อ “ผู้ให้”เป็นความผิดฐานอาญาอย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายลักษณะอาญา หรือ ทำให้ “ผู้ให้” เสียชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาท “ผู้ให้” อย่างร้ายแรง หรือ บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่ “ผู้ให้” ในเวลาที่ “ผู้ให้” ยากไร้และ “ผู้รับ” ยังสามารถจะให้ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๑  หากมีเหตุตามที่กล่าวมานั้นคุณซึ่งเป็น “ผู้ให้” สามารถเรียกคืนการให้ได้นะครับ

        ๓).แต่ถ้าทรัพย์สินที่ให้ไปนั้นเป็นการให้เป็นบำเหน็จสินจ้างโดยแท้ หรือเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภาระติดพัน หรือให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยา หรือให้ในการสมรส คุณนั้นไม่สามารถเพิกถอนการให้ได้นะครับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๕        

        ตัวอย่าง เช่น ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8655/2544

        โจทก์ได้ยกที่ดินให้แก่จำเลย ต่อมาจำเลยประพฤติตนไม่ดี เล่นการพนันและเสพสุรา โจทก์ได้ว่ากล่าวตักเตือน จำเลยไม่ยอมเชื่อฟังกลับด่าโจทก์ว่า "อีแก่ อีชาติหมา มึงจะไปตายไหนก็ไป กูไม่นับถือมึงเป็นแม่ลูกกัน" อันเป็นถ้อยคำที่รุนแรงและหยาบคายเปรียบโจทก์เป็นสัตว์และด่าว่าให้โจทก์ไปตาย และจำเลยใช้ไม้จะตีโจทก์ ซึ่งจำเลยในฐานะบุตรไม่พึงกระทำต่อโจทก์ผู้เป็นมารดา การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์ผู้ให้ย่อมเรียกถอนคืนการให้ เพราะเหตุจำเลยผู้รับประพฤติเนรคุณได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(2)


          BY – ทนายธีระพล บัวลพ

          ปรึกษากฎหมายโทร 095-9567735, 061-2924656


เพิ่มเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน
#1 โดย: บุญทวี วงค์บุญมา [IP: 183.89.38.xxx]
เมื่อ: 2017-01-25 03:18:27
ที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอบคุณครับ

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 115,722