google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

ถูกหลอกลวง ล่อลวง ว่าหากชำระเงินให้แก่ตนจะสามารถช่วยให้พ้นผิด ช่วยให้เพิ่มตำแหน่ง หรือให้ได้รับประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการหลอกลวงฉ้อโกงหากเสียหายฟ้องร้องดำเนินคดีได้

ถูกหลอกลวง ล่อลวง ว่าหากชำระเงินให้แก่ตนจะสามารถช่วยให้พ้นผิด ช่วยให้เพิ่มตำแหน่ง หรือให้ได้รับประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการหลอกลวงฉ้อโกงหากเสียหายฟ้องร้องดำเนินคดีได้

        หลาย ๆ ท่านอาจจะยังกลัวหรือเข้าใจผิด ว่าหากตนถูกเสนอจากบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ว่าสามารถช่วยเหลือได้ในเรื่องของการวิ่งเต้นตำแหน่ง หน้าที่การงาน หรือวิ่งงานให้ได้ เพื่อให้ตนชำระเงินค่าดำเนินการหรือเป็นค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอย่างใด เพื่อให้ตนได้ตามที่ถูกเสนอ กรณีนี้เป็นการที่หากผู้หลอกลวงไม่ทำการเสนอหรือออกอุบายว่าสามารถกระทำได้ ผู้เสียหายก็คงจะไม่เชื่อและชำระเงินตามที่ถูกหลอกลวง เมื่อผู้เสียหายได้ชำระเงินตามที่ถูกหลอกลวงแล้วถือเป็นความผิดสำเร็จฐานฉ้อโกง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 เป็นที่เรียบร้อย ในการปกปิดข้อความจริงหรือกล่าวข้อความอันเป็นเท็จ ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเชื่อตามที่ได้หลอกลวง เพื่อหวังในประโยชน์อื่นใด เมื่อได้ประโยชน์ตามที่ได้หลอกลวงแล้วความผิดย่อมเกิดขึ้น สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานสอบสวนหรือติดต่อทนายความเพื่อฟ้องร้องคดีความอาญาได้ทันที

        อ้างถึงคำพิพากษาฎีกาที่ 1666/2562 พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยเป็นฝ่ายไปเรียกเงินจากโจทก์เพื่อเป็นการตอบแทนในการไปวิ่งเต้นให้สามีโจทก์ได้รับพระราชทานอภัยโทษ หลังจากมอบเงินให้จำเลย จำเลยไม่สามารถดำเนินการให้สามีโจทก์ได้รับพระราชทานอภัยโทษได้ เมื่อโจทก์ทวงถามจำเลยก็บ่ายเบี่ยงและไม่ยอมคืนเงินให้ แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาที่จะวิ่งเต้นให้สามีโจทก์ได้รับพระราชทานอภัยโทษหรือรู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถวิ่งเต้นกรณีดังกล่าวได้ อันเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือหลอกลวงโจทก์ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ จึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องคดีในข้อหานี้ได้ และกรณีฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีเจตนาตั้งแต่แรกจะวิ่งเต้นให้สามีโจทก์ได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่โจทก์กระทำไปเพราะถูกจำเลยหลอกลวง ถือไม่ได้ว่าโจทก์มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีสิทธินำคดีมาฟ้องได้
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2562)

          มาตรา 341  ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 


ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 , 02-0749954 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @closelawyercmi หรือ คลิก https://lin.ee/Zu2JmNU


แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 467,777