google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

เมียด่าสามี “เซ็กห่วย ควยเล็ก หัวล้าน ตัวเตี้ย” สามีฟ้องหย่าได้

เมียด่าสามี “เซ็กห่วย ควยเล็ก หัวล้าน ตัวเตี้ย” สามีฟ้องหย่าได้

ผัว “ไม่กลับบ้านนานนับสัปดาห์ ไม่ยอมหลับนอนกับจำเลย ไม่อุปการะเลี้ยงดู” ภริยาฟ้องหย่าได้

            ว่ากันว่า ชายแก่มีเมียเด็กนั้น ถือว่าได้ขึ้นสวรรค์ทั้งเป็น  ดังเพลงนี้ครับ “มีเมียเด็ก ต้องหมั่นตรวจเช็คร่างกาย ไม่ต้องนึกอายเป็นลูกผู้ชายต้องกล้า อย่าไปตะแบง ในเมื่อเรี่ยวแรงโรยรา ร่ายกายไม่ไหว ก็ต้องอาศัยโด๊บยา มีคู่นอนอ่อนกว่า ต้องหายา บำรุง.มีเมียเด็ก ขาวๆเล็กๆบางๆ ต้องคอยระวังเพราะชายต่างหวัง ใจมุ่งได้เมียคราวหลาน แต่ตัวผมนั้นคราวลุง ต้องคอยห่วงใย เหมือนพวกป่าไม้หวงซุงไม่คอยชำเลืองเดี๋ยวเรื่องยุ่ง เพราะหนุ่มต่างมุ่งหมายปอง” แต่แล้วชีวิตของชายแก่ผู้นี้ก็ไม่ได้สวยหรูเสมอไป การรักการจะครองคู่ใครสักคน ความสวยความเซ็กซี่ คงไม่ใช้เหตุผลหลักในการจะเลือกใช้ชีวิตคู่ คงต้องพิจารณาถึงอุปนิสัย นิสัยใจคอ ความรู้ความสามารถ และเคมีต้องไปด้วยกันได้ด้วย  เพราะหากคุณเลือกหญิงสาวที่มีหน้าตาสวย หุ่นเซ็กซี่ คุณก็ต้องยอมรับเรื่องค่าใช้จ่ายของเธอ หรืออาจต้องเป็นผู้ชายสายเปย์(แต่ไม่เสมอไป) ความจริงเมียสาวเมียสวยก็ใช่ว่าจะรักเราจริง เพราะเขาอาจจะแต่งงานกับเราด้วยเหตุผลอื่น เมื่อวันหนึ่งมันหมดความอดทนอดกลั้น จนแสดงนิสัยทาสแท้ตัวตนที่แท้จริงออกมา ดุด่าสามีเสียๆ หายๆ อาจเป็นเหตุให้สามีแก่ฟ้องหย่าเอาได้ มาดูตัวอย่างฎีกานี้ครับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8803/2559

            จำเลยใช้ถ้อยคำพูดกับโจทก์ว่า "กูเบื่อผู้ชายแก่ ๆ ควยเล็ก เซ็กส์ห่วย หัวล้าน ตัวเตี้ย ๆ หน้าเหี้ยใจยังเหี้ย หัวขโมยแบบมึงเต็มที" และ "กูมีความพร้อมทุกอย่าง สาวสวยเหมาะสมกับหนุ่ม ๆ แข็งแรงฟิตเปรี๊ยะ พร้อมเริ่มต้นใหม่ ไม่มีอะไรยาก กูแต่งงานกับมึงเพื่อประชด อ. เจ็บ ก็แค่นั้น กูไม่ได้พิศวาสมึงเลย..." และส่งข้อความทางโทรศัพท์ว่า "เดี๋ยวกูจะไปนอนให้คนอื่นเอา" เป็นถ้อยคำหยาบคาย อันมีลักษณะเป็นการหมิ่นประมาทเหยียดหยามโจทก์และถือได้ว่าเป็นการประพฤติตนอันเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรงตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (3) และ (6) ส่วนการที่โจทก์ไม่กลับบ้านนานนับสัปดาห์ ไม่ยอมหลับนอนกับจำเลย ออกจากบ้านไปแล้วไม่กลับมาอยู่ด้วยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 ไม่อุปการะเลี้ยงดู จึงเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรงตาม ป.พ.พ. 1516 (6) เช่นกัน เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้หย่ากัน โจทก์จำเลยไม่ได้อุทธรณ์ คดีจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คู่ความจึงไม่มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้อีก ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 ประกอบมาตรา 247

            เงินฝากในบัญชีธนาคารและสลากออมสิน นั้น โจทก์นำสืบว่า ระหว่างสมรสจำเลยนำเงินส่วนที่โจทก์มอบให้ไปเปิดบัญชีเงินฝากและซื้อสลากออมสิน ทางนำสืบจำเลยไม่ปรากฏว่าทรัพย์สินดังกล่าวที่อ้างว่าเป็นสินส่วนตัวของจำเลยได้มาอย่างไร จึงเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้มาจากโจทก์ที่ให้เงินมาในระหว่างเป็นสามีภริยา จึงเป็นการได้มาภายหลังจากที่โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่า ทรัพย์สินอย่างหนึ่งเป็นสินสมรสหรือไม่ กรณีต้องถือตามข้อสันนิษฐานตาม ป.พ.พ. มาตรา 1474 วรรคท้ายว่า เงินฝากในบัญชีธนาคาร และสลากออมสินเป็นสินสมรส ชายและหญิงพึงได้ส่วนเท่ากัน โจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากสินสมรสดังกล่าวกึ่งหนึ่งมีผลย้อนหลังไปจนถึงวันฟ้องหย่า ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1532 (ข) และ 1533

            รถยนต์ยี่ห้อเมอร์ซีเดสเบนซ์และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า โจทก์ซื้อมาใส่ชื่อจำเลยในใบคู่มือจดทะเบียน ก่อนจดทะเบียนสมรส จำเลยได้ครอบครองใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ยี่ห้อเมอร์ซีเดสเบนซ์ จำเลยนำสืบประกอบภาพในสื่อสังคมออนไลน์ (facebook) ที่ลงภาพเพื่อขอบคุณโจทก์ มีของใช้ส่วนตัวของจำเลยวางในรถ มีสติ๊กเกอร์ชื่อจำเลยแปะกระจกรถ โจทก์ได้แสดงความเห็นในเชิงหยอกล้อการขับรถของจำเลย และโจทก์เองก็มีรถยนต์ใช้อยู่แล้ว ถือว่าโจทก์ให้จำเลยโดยเสน่หา เป็นสินส่วนตัวจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1471 (1) โจทก์ต้องคืนรถทั้งสองคันดังกล่าวที่โจทก์เอาไปให้จำเลย

            เดิมจำเลยได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูจากโจทก์เดือนละ 100,000 บาท โจทก์รับว่าไม่ได้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูจำเลยก่อนฟ้องเป็นเวลา 4 เดือน เมื่อสามีภริยาต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1461 และจำเลยไม่มีหลักฐานมายืนยันรายได้ก่อนสมรสกับโจทก์ ที่ศาลล่างกำหนดให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่จำเลยเดือนละ 50,000 บาท เหมาะสมแล้ว ส่วนที่จำเลยขอค่าอุปการะเลี้ยงดูภายหลังจากหย่าไปจนกว่าจำเลยจะสมรสใหม่นั้น เนื่องจากการหย่าเป็นความผิดของทั้งสองฝ่าย ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจศาลที่จะกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูส่วนนี้ให้

            จำเลยฟ้องแย้งว่า โจทก์บุกรุกเข้าไปในบ้านใช้สเปรย์ฉีดพ่นทรัพย์สินได้รับความเสียหายนั้น เป็นคดีอันเกิดแต่มูลละเมิดซึ่งไม่ได้อาศัยเหตุแห่งการหย่าและการเรียกค่าทดแทนตามฟ้องเดิมเป็นมูลหนี้ แต่เป็นการกล่าวอ้างการกระทำอีกตอนหนึ่งของโจทก์อันเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นแตกต่างจากฟ้องเดิม

ฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม ที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องแย้งในข้อนี้มานั้นชอบแล้ว แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะฟ้องใหม่เพื่อเรียกค่าซ่อมแซมทรัพย์สินดังกล่าวภายในอายุความ

ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 , 02-0749954 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

 

เพิ่มฉันเป็นเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน
#1 โดย: สุนันทา วาหมงคล [IP: 182.232.16.xxx]
เมื่อ: 2020-06-05 20:52:08
อยู่นี้ทะเลาะกับสามีทุกวันเลยค่ะ แต่งงานกันแล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส
เรามีเครื่องทะเลาะกันทุกวัน
บ้างวันเขาก็ตบตีหนู ต่อย ถีบหนู เอาไม้กวาดมาตีหนูบ้าน ต่อยที่หัวหนูบ้าง หนูจะไปแยุากับแม่ก็ไม่ยอม ยัวขู่อีกว่า ใครกล้าให้โทรสัพเมียกูยืม โทรหาแม่มัน มีเรื่องกับกู เขาขุาหนูตลอดเลยค่ะ เขาบอหว่สเดินออกจากห้องเก้าเดียวกูเอามึงตายแน่ ตอนนั้ทั้งเนื้อทั้งตัวเขียวช้ำไปหมดแล้วค่ะ เป้นไข้2-3วันยังไมาหายเลยค่ะ หนูควรจะทำยังไงดีค่ะ เขาบอกว่สถ้าโทรบอกให้แม่มารับหรือให้พี่ชาย หรือว่าใครก็ตามมารับ เขาจะให้พวกเขาเตรียมรอกระทืบ เตรียมบูกปืนไว้ยิ่ง ตอนนี้หนูทำอ่ะไรไม่ได้เลยค่ะ ได้แต่รอไป เวลา ได้แต่อยุ่ไหนห้อง อยากกลับบ้านเกิดก็ไม่ได้กลับ เข้าบอกว่า เขายอมติดคุก เพื่อได้ฆ่าหนู ถ้าหนูจะไปจาเขา หนูควรทำไงดีค่ะ ถึงจะออกไปจากจุดๆนี้ได้ หนูได้แต่รอเวลา และโอกาสเท่านั้นและ ทึกวันนี้น่ะตอนนี้ หนูไม่ได้ออกจากห้องไปไหนเลย หนูต้องเจ็บตัวตลอด ขอคำปรึกษาทีค่ะ #ต้องทำยังไง

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 365,114