google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

ไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อเกินกว่า 10 ปีแล้วเรียกค่าส่วนต่างที่ขาดไม่ได้

         ปัจจุบันปัญหาเรื่องการผ่อนรถยนต์ไม่ไหวไม่ครบตามสัญญา หรือผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งที่ผู้ให้เช่าซื้อสามารถบอกเลิกสัญญาได้ และเมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ โดยให้ส่งมอบรถคืน หรือมีการยึดรถคืน  ผู้ให้เช่าซื้อจึงสามารถบังคับให้ผู้เช่าซื้อชดใช้ราคารถที่เช่าซื้อส่วนที่ขาดหรือค่าขาดราคาได้ นับแต่วันที่มีการเลิกสัญญา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 ซึ่งเป็นวันที่อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ มิใช่นับแต่วันที่มีการประมูลขายทอดตลาดรถที่เช่าซื้อได้ เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2539 และโจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 ฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าขาดราคาจึงขาดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดค่าส่วนต่าง

         กฎหมายที่เกี่ยวข้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มีดังนี้

          มาตรา 193/12 อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิ เรียกร้องได้เป็นต้นไป ถ้าเป็นสิทธิเรียกร้องให้งดเว้นกระทำการ อย่างใดให้เริ่มนับแต่เวลาแรกที่ฝ่าฝืนกระทำการนั้น

          มาตรา 193/30 อายุความนั้น ถ้าประมวลกฎหมายนี้หรือ กฎหมายอื่นมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้มีกำหนดสิบปี

          ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8755/2558

เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อย่อมอาจบังคับให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อชดใช้ราคารถที่เช่าซื้อส่วนที่ขาดหรือค่าขาดราคาได้นับแต่วันเลิกสัญญาตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 ซึ่งเป็นวันที่อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ มิใช่นับแต่วันที่ประมูลขายทอดตลาดรถที่เช่าซื้อ เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2539 และโจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 ฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าขาดราคาจึงขาดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30

          ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายของศาลฎีกา จำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วว่า จำเลยที่ เช่าซื้อรถที่เช่าซื้อแล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดต่อกันตามฟ้อง สัญญาเช่าซื้อเลิกกันตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2539 ต่อมาวันที่ 28 พฤษภาคม 2540 ผู้ให้เช่าซื้อยึดรถที่เช่าซื้อคืนมา แล้วได้ประมูลขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 ได้เงิน 402,000 บาท น้อยกว่าค่าเช่าซื้อที่ยังไม่ได้ชำระอีก 511,293 บาท อยู่ 109,293 บาท ต่อมาผู้ให้เช่าซื้อล้มละลาย โจทก์ซื้อสิทธิเรียกร้องของผู้ให้เช่าซื้อจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งรวมทั้งสิทธิเรียกร้องคดีนี้ด้วย โจทก์มาฟ้องคดีนี้เรียกค่าขาดราคา 109,293 บาท กับค่าขาดประโยชน์ โดยฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 สำหรับค่าขาดประโยชน์โจทก์ไม่ฎีกาจึงยุติไปตามคำ    พิพากษาศาลอุทธรณ์

          มีปัญหาข้อกฎหมายวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า ฟ้องของโจทก์ส่วนที่เกี่ยวกับค่าขาดราคาขาดอายุความ 10 ปี หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า การนับอายุความต้องนับแต่วันถัดจากวันที่ประมูลขายทอดตลาด เพราะผู้ให้เช่าซื้อทราบถึงจำนวนค่าขาดราคาเมื่อได้มีการนำรถที่เช่าซื้อขายทอดตลาดในวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 ซึ่งเมื่อนับถึงวันฟ้องไม่เกิน 10 ปี ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อย่อมอาจบังคับให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อชดใช้ราคารถที่เช่าซื้อส่วนที่ขาดหรือค่าขาดราคาได้นับแต่วันเลิกสัญญา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 ซึ่งเป็นวันที่อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ มิใช่นับแต่วันที่โจทก์ฎีกา เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2539 และโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 ฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าขาดราคาจึงขาดอายุความ 10 ปี ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว ซึ่งศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

          พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

 

BY-ทนายธีระพล บัวลพ  ปรึกษากฎหมายโทร 061-2924656 , 095-9567735  หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

 

 

เพิ่มเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 122,465