google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

ตอนที่ 18 นายจ้าง จะหักเงินค่าจ้างลูกจ้างไม่ได้

ในวงการแรงงาน ผมเชื่อว่า นายจ้างทุกๆที่มีการหักค่าจ้างของลูกจ้าง นายจ้างหลายคนรู้ว่าหักได้หรือไม่ได้และก็ทำอย่างถูกต้องบ้าง ไม่ถูกต้องบ้าง  นายจ้างหลายคน ไม่รู้ว่าหักได้หรือไม่ได้แต่ก็หัก ส่วนลูกจ้างนั้น เกือบ 100% ไม่รู้ว่านายจ้างหักค่าจ้างของตนได้หรือไม่ รู้แต่ว่าเขาหักไปแล้ว แม้จะทุกข์ทรมานใจแค่ไหนก็ได้แต่จำทน ทนไม่ได้ก็ลาออกไปเท่านั้นเอง

เรามาดูกฎหมายแรงงาน ว่านายจ้างหักค่าจ้างหักค่าจ้างลูกจ้างได้หรือไม่อย่างไร

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 76 กำหนดว่า “ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ” เห็นมั๊ยครับ กฎหมายขึ้นต้นด้วยคำว่า “ห้ามไม่ให้นายจ้างหักค่าจ้าง” เว้นแต่เป็นการหักเพื่อกิจกรรมดังต่อไปนี้

(1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่ายหรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมาย

บัญญัติไว้  อันนี้หักได้อยู่แล้วเพราะหักชำระภาษีตามกฎหมาย

(2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพแรงงาน อันนี้ก็ต้องไปดูว่ามีข้อบังคับของสหภาพแรงงานให้หักได้หรือไม่

(3) ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง อันนี้หักได้ 2 กรณีคือ

ก) หักชำระหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์หักได้ตามข้อบังคับสหกรณ์

ข) หักชำระหนี้อย่างอื่นที่หนี้นั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของลูกจ้างฝ่ายเดียว เช่น ถ้านายจ้างมีสวัสดิการให้ลูกจ้างกู้เงินโดยไม่มีดอกเบี้ย หรือ อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสถาบันการเงิน อย่างนี้หักได้แต่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างล่วงหน้า

(4) เป็นเงินประกันตามมาตรา ๑๐ หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้าง ซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง อันนี้มี 2 กรณีคือ

ก) หักเงินประกันในกรณีที่นายจ้างมสิทธิหักเงินประกันการทำงานได้ และ

ข) หักชำระค่าเสียหาย ซึ่ง กรณีหักชำระค่าเสียหายนี้ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นครั้งคราวไป จะให้ลงชื่อไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดความเสียหายไม่ได้   

(5) เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม อันนี้ เป็นการหักเพื่อชำระกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

การหักตาม (2) (3) (4) และ (5) ในแต่ละกรณีห้ามมิให้หักเกินร้อยละสิบ และจะหักรวมกันได้ไม่เกินหนึ่งในห้า (20%) ของเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามกำหนดเวลาการจ่ายตามมาตรา 70 เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1458/2548 แม้ลูกจ้างทำหนังสือยินยอมให้นายจ้างหักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายที่สามีลูกจ้างกระทำละเมิดไว้แก่นายจ้าง นายจ้างก็ไม่อาจหักค่าจ้างของลูกจ้างได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14036/2555 แม้จะมีกฎหมายบัญญัติว่าห้ามนายจ้างหักค่าจ้างของลูกจ้างก็ตาม แต่การที่จำเลยมีคำสั่งลงโทษโจทก์ (ลูกจ้าง) เนื่องจากโจทก์ไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ไม่เชื่อฟัง แสดงความกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา ไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบ และ ธรรมเนียมของบริษัท ไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่การทำงาน ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่การงาน ด้วยการตัดค่าจ้างของเดือนกันยายน 2548 ในอัตราร้อยละ 10 นั้น การลงโทษของจำเลย (นายจ้าง) ไม่ใช่การหักค่าจ้างโจทก์(ลูกจ้าง)  แต่เป็นการลงโทษตามวินัยการทำงานซึ่งได้กำหนดไว้ชัดเจนแล้วตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ทั้งไม่ปรากฏว่าคำสั่งตัดค่าจ้างของจำเลยดังกล่าว เป็นคำสั่งลงโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ  คำสั่งลงโทษดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

          สรุปคือ โดยหลักการใหญ่แล้ว นายจ้างจะหักค่าจ้างลูกจ้างไม่ได้นะครับ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นต่างๆมากมายหลายประการที่ได้นำเสนอตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น

By ทนายนำชัย  ปรึกษากฎหมายโทร 086-3314759  หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

เพิ่มเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 106,402