google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

ผู้เช่าซื้อนำรถยนต์ไปคืนไฟแนนซ์ เสียเอง ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ผู้เช่าซื้อไม่ต้องรับผิดค่าเสียหายหลังจากสัญญาเลิกกัน

ผู้เช่าซื้อนำรถยนต์ไปคืนไฟแนนซ์ เสียเอง ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ผู้เช่าซื้อไม่ต้องรับผิดค่าเสียหายหลังจากสัญญาเลิกกัน

ช่วงหลังๆที่ผ่านมา ลูกเพจทนายใกล้ตัว หลายท่านโทรมาปรึกษากับทีมงานเกี่ยวกับคดีเช่าซื้อว่า     พี่ค่ะ หนูผ่อนรถยนต์ไม่ไหว หนูก็เลยนำรถยนต์ไปคืนไฟแนนซ์ ต่อมาไฟแนนซ์มาฟ้อง ให้จ่ายค่าขาดราคาจากการขายทอดตลาด แบบนี้หนูควรจะทำยังไงดีคะ

วันๆหนึ่ง มีคนสอบถามเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ผมต้องเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาผมจึงตัดสินใจเขียนบทความนี้ เพื่อเป็นความรู้และวิทยาทานให้ลูกเพจทุกท่านทราบว่า

โดยส่วนใหญ่ เวลาเราทำสัญญาเช่าซื้อกับไฟแนนซ์ต่างๆ แล้วผ่อนไม่ไหว ผู้เช่าซื้อก็มักจะขาดส่งค่างวดรถติดต่อกัน 3 งวด และรอให้ไฟแนนซ์มายึดรถยนต์กลับคืนไป หากผู้เช่าซื้อทำเช่นนี้ ไฟแนนซ์จะนำรถยนต์ไปขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ หากนำรถยนต์ไปขายทอดตลาด แล้วได้เงินไม่เพียงพอต่อมูลหนี้ตามสัญญา ไฟแนนซ์จึงมาฟ้องผู้เช่าซื้อให้รับผิดชอบส่วนต่างที่ยังขาด ซึ่งผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชอบกับค่าเสียหายในส่วนต่างที่ขาดนั้น

แต่ในทางกลับกัน หากผู้เช่าซื้อนำรถยนต์ไปคืนไฟแนนซ์เสียเอง ก่อนที่จะผิดนัดครบ 3 งวด หรือ การที่ผู้เช่าซื้อนำรถยนต์คืนไฟแนนซ์ และไฟแนนซ์ยอมรับรถยนต์ดังกล่าวคืน ถือว่าสัญญาเช่าซื้อระงับสิ้นสุดลง เพราะคู่สัญญาสมัครใจเลิกสัญญากันเองด้วยการส่งมอบรถยนต์กลับคืนเจ้าของ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 573  

ดังนี้ เมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน โดยที่ผู้เช่าซื้อไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา หรือ ไฟแนนซ์ไม่ได้มายึดรถยนต์กลับไปเสียเอง หากไฟแนนซ์นำรถยนต์ไปขายทอดตลาดได้เงินไม่เพียงพอกับยอดหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ ค่าเสียหายส่วนนี้ ผู้เช่าซื้อไม่ต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เปอร์เซ็น หากเรานำรถยนต์ส่งมอบคืนให้กับไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์ก็ยังนำคดีมาฟ้องผู้เช่าซื้อ ให้รับผิดส่วนต่างที่ยังค้างชำระ และประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่ให้ความสำคัญ ไม่ยอมไปศาล ไม่หาทนายไปสู้คดี และไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับไฟแนนซ์ที่ศาลเสียเอง ซึ่งรู้ทั้งรู้ว่ายอดหนี้ที่ผู้เช่าซื้อไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความ มีมูลค่าสูงกว่าค่าวิชาชีพทนายความหลายเท่า แต่ก็เลือกที่จะไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หรือไม่เดินทางไปศาลเพื่อสู้คดี ทั้งที่ตามกฎหมายแล้ว เราไม่ต้องรับผิดใดๆทั้งสิ้น จะต้องรับผิดก็เพียงค่าเช่าซื้อค้างชำระแต่ละงวดที่เรายังไม่ได้ชำระไฟแนนซ์ ก่อนวันที่จะนำรถยนต์ส่งมอบคืนเท่านั้น

ดังนั้น จำไว้ให้ขึ้นใจครับว่า หากผ่อนไม่ไหว เอารถไปคืนไฟแนนซ์ ขาดเหลือตามสัญญาเช่าซื้อเท่าไหร่ เราไม่ต้องรับผิด หากไฟแนนซ์ฟ้องมา หาทนายความไปสู้คดีนะครับ !!

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14324/2558

จำเลยเป็นฝ่ายเริ่มต้นติดต่อกับโจทก์เพื่อคืนรถยนต์ที่เช่าซื้อ แสดงให้เห็นจุดประสงค์ของจำเลยที่ต้องการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อเท่านั้น เมื่อโจทก์ได้รับการติดต่อก็ตกลงและนัดหมายรับรถยนต์ที่เช่าซื้อไปคืนโดยมอบหมายให้ ส. ตัวแทนโจทก์ การที่จำเลยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่ ส. จึงเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อด้วยการส่งมอบทรัพย์คืนแก่โจทก์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 573 สัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิกกันนับแต่วันดังกล่าวแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้อง

 

        กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ ด้วยส่งมอบทรัพย์สินกลับคืนให้แก่เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง

 

BY- ทนายธนกฤต เบ้าธรรม 

ปรึกษากฎหมาย โทร 095-1699998 , 095-9567735 , 02-0749954

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 106,398