google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

เจ้าหนี้เงินกู้และจำนองโปรดฟัง หากลูกหนี้เสียชีวิต เจ้าหนี้ต้องฟ้องผู้รับมรดกให้ชำระหนี้ภายใน 1 ปี มิฉะนั้น คดีขาดอายุความ

         การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็น กฎของธรรมชาติ เกิดขึ้นได้กับทุกคนและย่อมดับไปได้กับทุกคนเช่นกัน เมื่อบุคคลเกิดขึ้นมาแล้ว ย่อมมีสิทธิและหน้าที่เกิดขึ้นมากมาย แต่เมื่อเราเสียชีวิตลง สิทธิและหน้าที่บางอย่างย่อมสิ้นสุดลงเช่นกัน  บทความนี้จะขอกล่าวถึงสิทธิระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ซึ่งหากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ลูกหนี้ของท่านเสียชีวิตลงในขณะที่ยังคงมีหนี้ค้างชำระกับท่านอยู่ สิทธิในการเรียกร้องให้ชำระหนี้จะมีกำหนดระยะเวลาเท่าใด และผู้ใดต้องเป็นผู้ชำระหนี้แทนลูกหนี้ของท่าน

        ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม บัญญัติว่า ห้ามมิให้ฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก.......

         วรรคสาม : ภายใต้บังคับมาตรา 193/27 แห่งประมวลกฎหมายนี้ถ้าสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกมีกำหนดอายุความกว่าหนึ่งปี มิให้เจ้าหนี้นั้นฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ หรือควรจะได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก

        1. กรณีตกลงทำเฉพาะสัญญากู้ยืมเงิน  เจ้าหนี้ของลูกหนี้(เจ้ามรดก) ใช้สิทธิฟ้องเรียกหนี้ได้ภายในอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1754 วรรคสาม และไม่ว่าหนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนดชำระ

        คำพิพากษาฎีกาที่ 3994/2540 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม เป็นบทบัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้ฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่เจ้าหน้าได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงความตายของลูกหนี้ เจ้าหนี้ของผู้ตายจะต้องเรียกร้องให้ชำระหนี้จากทรัพย์มรดกของผู้ตาย ซึ่งเป็นลูกหนี้ในกำหนด 1 ปี นับแต่ลูกหนี้ได้ถึงแก่ความตาย แม้หนังสือสัญญากู้ยืมเงินที่ลูกหนี้ทำไว้กับโจทก์ยังไม่ถึงกำหนดชำระ แต่ลูกหนี้ได้ถึงแก่ความตายเสียก่อน โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องคดีเพื่อบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้ภายใน 1 ปี นับแต่เมื่อโจทก์ได้รู้ถึงความตายของลูกหนี้ เพราะสิทธิเรียกร้องของโจทก์เกิดขึ้นเมื่อลูกหนี้ถึงแก่ความตาย หากรอจนหนี้ถึงกำหนดชำระอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1754 วรรคสาม ดังกล่าวข้างต้นอาจล่วงพ้นไปแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องบังคับคดีแม้หนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ

        2. กรณีทำสัญญากู้ยืมเงิน + สัญญาจำนอง จะมีความแตกต่างไปจากสัญญากู้ยืมเงินธรรมดาคือ แม้ว่าสิทธิในการฟ้องเรียกหนี้คืนตามสัญญากู้ยืมเงินจะระงับไป แต่สิทธิในการบังคับจำนองยังไม่ระงับไปด้วย เจ้าหนี้สามารถเรียกร้องให้ผู้รับมรดกของลูกหนี้ชำระหนี้แก่ตนได้อยู่นั่นเอง แม้พ้นกำหนด 1 ปีก็ตาม

        คำพิพากษาฎีกาที่ 460/2550 โจทก์ฟ้องคดีเกินกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์ได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงความตายของ ช. เจ้ามรดก ทำให้หนี้ตามสัญญากู้เงินอันเป็นหนี้ประธานขาดอายุความ เนื่องจากสัญญากู้เงินรายนี้มีการจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันไว้ด้วย ดังนี้แม้หนี้ตามสัญญากู้เงินอันเป็นหนี้ประธานจะขาดอายุความ โจทก์ก็มีสิทธิบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ประกอบมาตรา 193/27 แต่คงบังคับได้เฉพาะทรัพย์สินที่จำนองเท่านั้น หาอาจบังคับถึงทรัพย์สินอื่นของ ช. เจ้ามรดกได้ด้วยไม่ แม้หนังสือสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันและข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองเป็นประกันจะมีข้อความระบุว่าเมื่อถึงเวลาบังคับจำนองเอาทรัพย์จำนองขายทอดตลาดได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกับค่าอุปกรณ์ต่างๆ เงินยังขาดอยู่เท่าไรผู้จำนองและลูกหนี้ยอมรับผิดชอบรับใช้เงินที่ขาดจำนวนนั้นให้แก่ผู้รับจำนองจนครบจำนวนก็ตาม

        สรุปคือ เมื่อลูกหนี้(เจ้ามรดก) เสียชีวิตลง บรรดาเจ้าหนี้ต่างเกิดสิทธิเรียกร้อง ให้ผู้รับมรดก(ทายาท หรือ ผู้รับพินัยกรรม) ของลูกหนี้ชำระหนี้แก่ตนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงการเสียชีวิตของลูกหนี้ มิฉะนั้นคดีขาดอายุความ และไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ตามสัญญาเพราะอาจพ้นระยะเวลา 1 ปี ตามมาตรา 1754 ส่วนกรณีทำสัญญาจำนองไว้ด้วย แม้ไม่ได้เรียกให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินภายใน 1 ปี ก็ตาม เจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิเรียกให้ชำระหนี้ตามสัญญาจำนองได้อยู่ แต่ไม่สามารถเรียกให้ชดใช้ราคาหรือทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากทรัพย์จำนองได้ กล่าวคือ บังคับได้เฉพาะทรัพย์จำนอง หากขายทอดตลาดทรัพย์จำนองแล้วได้เงินไม่พอก็ไม่สามารถไปยึดทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ได้นั่นเอง

        BY-นายธนพล รุ่งกิจโกศล   ปรึกษากฎหมาย โทร 095-9567735, 02-0749954 

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 124,753