google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

รับจ้างจดทะเบียนสมรสกับคนต่างชาติ การสมรสมีผลเป็น “โมฆะ”

        ส่วนใหญ่แล้วคนที่จดทะเบียนสมรสกันนั้น เกิดจากความรักที่มีให้กันและปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อให้ได้สิทธิตามกฎหมาย อาทิ สิทธิในการเป็นคู่สมรสเรียกค่าทดแทนจากชู้ สิทธิในสินสมรส สิทธิอำนาจปกครองบุตร สิทธิเบิกรักษาพยาบาลในกรณีที่คู่สมรสรับราชการ สิทธิในการได้รับสัญชาติไทย เป็นต้น

        ปัจจุบันมีบริษัทบางบริษัททำธุรกิจเป็นตัวแทนในการจัดหาหญิงไทยเพื่อจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ และมีหญิงไทยบางกลุ่มยอมจดทะเบียนกับชายชาวต่างชาติเพื่อแลกกับเงินค่าจ้าง ซึ่งชายชาวต่างชาตินั้นก็จะได้สิทธิในความเป็นสามีตามกฎหมายมีสัญชาติไทยและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้อย่างสะดวกสบายโดยมิต้องกังวลเรื่องการขอต่ออายุหนังสือเดินทาง เมื่อได้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรแล้ว บางคนนั้นก็ประกอบกิจการต่างๆ หรือแสวงหาประโยชน์ที่พึงประสงค์ในราชอาณาจักรไทย หลังจากที่จดทะเบียนนั้นก็มิได้อยู่กินร่วมกันฉันสามีภรรยาอย่างปกติทั่วไป อาจจะมีติต่อกันบ้างในบางครั้งหรืออาจจะไม่ติดต่อกันอีกเลย

        แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปชายชาวต่างชาติได้เดินทางกลับประเทศหรือออกนอกราชอาณาจักรไทยไปแล้ว หลักฐานข้อมูลในระบบยังคงปรากฏทางทะเบียน ว่ามีสถานภาพสมรสอยู่ ซึ่งตามกฎหมายไทยนั้นการที่หญิงไทยที่มีคู่สมรสนั้นจะดำเนินการต่างๆที่คู่สมรสต้องให้ความยินยอมนั้นก็จะกระทำมิได้ เนื่องจากคู่สมรสติดต่อมิได้หรือออกนอกราชอาณาจักรไปแล้ว หรือจะจดทะเบียนสมรสใหม่ก็กระทำมิได้เช่นกันเพราะจะกลายเป็นจดทะเบียนสมรสซ้อน

      ดังนั้น การรับจ้างจดทะเบียนสมรส จึงเท่ากับว่าคู่สมรสทั้งสองฝ่ายมิได้มีเจตนาโดยเปิดเผยที่จะอยู่กินฉันสามีภรรยากันตั้งแต่แรก  หากแต่เป็นการกระทำเพื่อให้ฝ่ายหญิงนั้นได้เงินค่าจ้าง และฝ่ายชายได้สิทธิในการอยู่อาศัยหรือสิทธิอื่นตามกฎหมายในประเทศไทย การกระทำเช่นนี้ย่อมทำให้การสมรสนั้นเป็นโมฆะ

         คำว่า "โมฆะ" นี้หมายความว่า เสียเปล่า ไม่มีผลใด ๆ ทางกฎหมายเลย ดังนั้น การสมรสที่เป็นโมฆะ จึงไม่มีผลใด ๆ ตามกฎหมายเลย

        แต่เนื่องจากกฎหมายครอบครัว เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานะของบุคคล และเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนกฎหมายจึงกำหนดว่าการสมรสที่เป็นโมฆะนั้นโดยทั่วไปแล้ว บุคคลใดจะนำขึ้นมากล่าวอ้างไม่ได้เว้นแต่ศาลจะได้แสดงว่าการสมรสเป็นโมฆะเสียก่อน ยกเว้นกรณีการสมรสซ้อนกฎหมายกำหนดให้ ผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งจะกล่าวอ้างขึ้น หรือจะร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะก็ได้ และในกรณีที่กฎหมายไม่ได้ให้สิทธิในการกล่าวอ้างและศาลยังไม่พิพากษา แสดงความเป็นโมฆะของการสมรสชายหญิงคู่นั้นก็ยังเป็นสามีภริยากันอยู่ตามปกติ  ซึ่งเรื่องนี้มีตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ครับ

        คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1067/2545

        การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงยินยอมเป็นสามีภริยากัน โดยทั้งสองคนตกลงจะเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน ต้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาทั้งในทางธรรมชาติและกฎหมาย ได้ดูแลความทุกข์สุข เจ็บป่วยซึ่งกันและกันต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน การที่จำเลยจดทะเบียนสมรสกับ ช. แต่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ด้วยกัน เมื่อ ช. ป่วย โจทก์เป็นผู้พา ช. ไปโรงพยาบาลและเสียค่ารักษาพยาบาลให้ และยังให้ ช. ไปพักอาศัยอยู่ด้วย ส่วนจำเลยยังคงพักอาศัยอยู่กับน้องสาวและไม่เคยออกค่ารักษาพยาบาลทั้งไม่เคยมาเยี่ยมเยียน ช. เลย เห็นได้ชัดว่าจำเลยกับ ช. มิได้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาแต่อย่างใด จำเลยเองก็ยังรับว่าไม่อยากไปจดทะเบียนสมรส แต่ ช. เป็นผู้พาไปโดยบอกว่าถ้าไม่จดทะเบียนสมรสแล้วจะไม่มีผู้ใดมีสิทธิรับเงินบำเหน็จตกทอด ซึ่งก็ปรากฏว่าเมื่อ ช. ถึงแก่กรรมจำเลยเป็นผู้ได้รับเงินบำเหน็จตกทอดมาจริง แสดงว่าจำเลยจดทะเบียนสมรสกับ ช. โดยมิได้มีเจตนาที่จะเป็นสามีภริยากันมาแต่แรก หากแต่เป็นการกระทำเพื่อให้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จตกทอดเท่านั้น การสมรสของจำเลยจึงฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1458 ตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495

       ดังนั้นการจดทะเบียนสมรสเป็นเรื่องสำคัญให้ตระหนักไว้เสมอ เพราะหากจะฟ้องหย่าหรือดำเนินการตามกฎหมายนั้น คุณอาจเสียทั้งเวลาและเสียทั้งเงินทอง

       กฎหมายที่เกี่ยวข้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

        มาตรา 1448 การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปี บริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรส ก่อนนั้นได้

        มาตรา 1458 การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายหญิงยินยอมเป็นสามี ภริยากัน และต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้า นายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย 

        มาตรา 1495 การสมรสที่ฝ่าฝืน มาตรา 1449 มาตรา 145O มาตรา 1452 และมาตรา 1458 เป็นโมฆะ


        BY – ทนายธีระพล บัวลพ    ปรึกษากฎหมาย โทร 061-2924645 , 095-9567735

 

เพิ่มเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 122,466