google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

รถยนต์ติดไฟแนนซ์ สามารถซื้อขายดาวน์ได้หรือไม่ ?

        ในปัจจุบันฯมีผู้คนมากมายที่อยากจับจองและอยากเป็นเจ้าของรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ หรือรถอื่นๆที่สามารถทำสัญญาเช่าซื้อได้  ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกสบาย เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง หรือเหตุผลอื่นๆมากมาย สุดท้ายหนีไม่พ้น”ความอยากได้”

        บางคนมีความสามารถ  สภาพคล่องทางการเงิน หรือเป็นผู้มีฐานะร่ำรวย ก็จะซื้อสิ่งนั้นได้โดยไม่ต้องใช้สินเชื่อ ที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ซื้อเงินสด” และกลับกันก็มีบางคนที่มีความสามารถหรือความสภาพคล่องทางการเงินไม่เพียงพอ แต่ละความอยากได้ของตัวเองไม่ไหวที่ซื้อสิ่งนั้น จึงเป็นที่มาของการซื้อแบบขอสินเชื่อกับทางสถาบันการเงิน(ไฟแนนซ์) ที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ซื้อเงินผ่อน” จึงก่อให้เกิดสัญญาเช่าซื้อขึ้นมา แล้วก็ผ่อนกันเป็นงวดรายเดือนต่อไปตามระยะที่กำหนดในสัญญาฯ  

        จากปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบันฯหรือเหตุปัจจัยอื่นๆมากมาย    มีผู้เช่าซื้อบางคนที่รับภาระหนักมากในแต่ละเดือน ไม่ว่าจะค่าผ่อนบ้าน/เช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ส่งให้ครอบครัว ค่าอาหารการกินหรือท่องเที่ยว อื่นๆมากมาย และสุดท้ายคือค่างวดรถ จึงเห็นว่าตนเริ่มมีความสามารถไม่เพียงพอที่จะส่งค่างวดต่อไปได้ ครั้นถ้าจะบอกเลิกสัญญาฯและคืนรถคันที่เช่าซื้อให้กับผู้ให้เช่าซื้อ(ไฟแนนซ์) ไปง่ายๆ ก็เสียดาย อีกทั้งยังต้องเสียเงินดาวน์และค่างวดที่ผ่อนไปแล้วอีก จึงหาวิธีที่ตนจะเสียประโยชน์ให้น้อยลง จึงพบจำนวนมากในปัจจุบันฯก็คือการซื้อขายสิทธิที่เรียกกันว่า”ขายดาวน์”

        การขายสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วว่า สิทธิเช่าซื้อเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่สามารถซื้อขายกันได้ เช่น คำพิพากษาฎีกาที่ 4503/2540 "สิทธิเช่าซื้อเป็นทรัพย์สินชนิดหนึ่งที่สามารถซื้อขายกันได้ข้อตกลงตามสัญญาซื้อขายสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด หาใช่เป็นสัญญาซื้อขายโดยมีเงื่อนไขบังคับหลังไม่เพราะโจทก์ผู้ซื้อกับจำเลยผู้ขายได้ตกลงชื้อและตกลงขายในสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อเป็นที่ยุติเสร็จสิ้นแล้ว โดยจำเลยซึ่งเป็นผู้ขายสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อได้ส่งมอบสิทธิแห่งสัญญาเช่าซื้อให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อและโจทก์ผู้ซื้อก็ได้ชำระค่าสิทธิตามสัญญาให้แก่จำเลยผู้ขายแล้ว และภายหลังจากที่ทำสัญญาซื้อขาย จำเลยผู้ขายได้ส่งมอบรถยนต์ซึ่งเป็นวัตถุแห่งสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่โจทก์ผู้ซื้อสิทธิได้ครอบครองและใช้ประโยชน์ตามสิทธิแห่งสัญญาเช่าซื้อแล้ว”

        และในการซื้อขายดาวน์นั้น มีทั้งตามแบบคือการแจ้งเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อใหม่กับผู้ให้เช่าซื้อ(ไฟแนนซ์)เลย กรณีนี้จะไม่เจอปัญหาก่อกวนใจในภายหลัง ทางกลับกันเพื่อความสะดวกในการซื้อขายดาวน์จะมีบางคนอาศัยความง่าย รวบรัด และคิดว่าไม่เกิดปัญหาอะไร มีความเชื่อใจผู้ซื้อดาวน์ จึงไม่แจ้งผู้ให้เช่าซื้อทราบถึงการซื้อขายดาวน์รถ และก็ส่งมอบรถยนต์ให้กลับผู้ซื้อดาวน์ไปผ่อนต่อเลย กรณีนี้จะเป็นปัญหามากในปัจจุบันฯ แต่ถ้าผู้ซื้อดาวน์นั้นหากส่งต่อจนครบหรือปฎิบัติตามสัญญาฯ ผู้เช่าซื้อที่มีชื่อในสัญญาฯ ก็จะไม่ถูกฟ้องคดีจากผู้ให้เช่าซื้อ(ไฟแนนซ์)  อันนี้ถือว่าคุณ    "โชคดี" แต่ถ้าหากส่งไม่ครบ ไม่ส่งค่างวดตามสัญญาฯ หรือผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งนั้น ผู้ให้เช่าซื้อ(ไฟแนนซ์) จะดำเนินการฟ้องคดีผู้มีชื่อในสัญญาฯ ก็คือคุณ “ผู้ขายดาวน์” นั้นเอง

        เมื่อผู้ขายดาวน์ถูกดำเนินคดีฟ้องเรียกรถคืนและเรียกค่าเสียหายจากผู้ให้เช่าซื้อแล้ว ต้องรับภาระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อนั้น ซึ่งบางคนคิดว่ามันขัดกับความรู้สึกของตัวเอง เพราะไม่ได้ใช้รถแต่ทำไมต้องถูกฟ้องดำเนินคดีและเป็นหนี้เป็นสินอีก นั้นก็เป็นผลมาจากที่ไม่เปลี่ยนชื่อในสัญญาฯชื่อคุณยังคงเป็นคู่สัญญากับผู้ให้เช่าซื้อ(ไฟแนนซ์) อยู่นั่นเอง  แล้วจะตามรถคืนก็ยุ่งยาก เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงินทอง เลยคิดอยากให้ผู้ซื้อดาวน์ไปเข้ามารับผิดชอบร่วมด้วยได้หรือไม่? สัญญาซื้อขายดาวน์จึงเป็นกุญแจดอกสำคัญเลยล่ะครับ      

BY-ทนายธีระพล ปรึกษากฎหมาย 061-2924656

เพิ่มเพื่อน

แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 124,752